26 February 1999

คำแถลงเกี่ยวกับผลดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31/12/2541

คำแถลง เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 165 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ได้แถลงในวันนี้ว่า กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิจากผลการ ดำเนินงานไตรมาส 4 ของปี 2541 เป็นจำนวน 196.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 165 จากกำไรสุทธิของ กลุ่มบริษัทไตรมาสเดียวกันของปี 2540 กำไรสุทธิของกลุ่มทั้งปีก่อนรายการพิเศษเป็นจำนวน 507.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 จากกำไรสุทธิของกลุ่มในปี 2540 รายการพิเศษจำนวน 92.6 ล้านบาท มา จากบริษัทย่อยคือบริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย ได้หยุดพักโครงการโรงงานแก้วในประเทศเวียด นามในไตรมาส 2 ของปี 2541 เมื่อรวมรายการดังกล่าวแล้ว กำไรสุทธิของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ สำหรับปีที่ ผ่านมาเป็นเงิน 414.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 รายได้ของกลุ่มไตรมาส 4 ของปี 2541 เป็นเงิน 2,616 ล้านบาท ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่อ เทียบกับไตรมาสก่อน รายได้ของกลุ่มทั้งปีเป็นเงิน 10,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เทียบกับปี 2540 นายเดวิด จอห์น นิโคล ผู้จัดการใหญ่และประธานคณะกรรมการบริหาร กล่าวถึงผลการดำเนิน งานในปีที่ผ่านมาดังนี้ "ในปี 2541 เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ มีผลกำไรสุทธิไม่รวมรายการพิเศษมากกว่าในปี 2540 ซึ่งเป็นปีที่ ท้าทายที่สุดปีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ผลกำไรของกลุ่มในปี 2541 ควรพิจารณาถึงการเพิ่มทุนจำนวน 4 พัน ล้านบาท เมื่อกลางปีที่แล้ว การเพิ่มทุนดังกล่าวสามารถลดต้นทุนดอกเบี้ยลง โดยการลดภาระหนี้สิน เป็นจำนวน 1.4 พันล้านบาท และการเข้าไปถือหุ้นเพิ่มในบริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย อีกร้อย ละ 32 คิดเป็นเงิน 1.3 พันล้านบาท การเพิ่มทุนของบริษัทมีส่วนทำให้กำไรต่อหุ้นของปีที่ผ่านมาไม่รวม รายการพิเศษเป็นหุ้นละ 4.69 บาท ลดลงร้อยละ 30" นายเดวิด จอห์น นิโคล กล่าวถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ต่อไปว่า "ข้าพเจ้ามีความยินดีที่จะรายงานว่า ในไตรมาส 4 เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ประสบความสำเร็จในการ ทำกำไรตามประมาณการ ทั้งนี้ ไม่นับรายได้จากการขายเงินลงทุน กำไรสุทธิจะสูงกว่าไตรมาสเดียว กันของปี 2540 มาก และสูงกว่าทุกไตรมาสที่ผ่านมาในปี 2541 กำไรขั้นต้นของไตรมาสเป็นร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2540 เป็นร้อยละ 24 กำไรที่สูงขึ้นนี้ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลด 2/ ลงและการควบคุมอย่างเข้มงวดในด้านลูกหนี้และสินค้าคงคลัง ซึ่งมีส่วนช่วยให้การดำเนินงานของกลุ่ม ในไตรมาสนี้เป็นไปด้วยดี ยอดขายของสินค้าอุปโภคบริโภคในไตรมาส 4 ลดลงร้อยละ 13 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2540 เป็นผลจากการบริโภคกระดาษอนามัยทั่วประเทศลดลงอย่างมาก สินค้าเครื่องใช้ส่วนตัวและ เครื่องสำอางมียอดขายมากขึ้นเนื่องจากการประสบความสำเร็จของสบู่นกแก้ว ขณะที่ยอดขายของลูก อมและอาหารเพิ่มขึ้น โดยยอดขายของขนมขบเคี้ยวดีขึ้นรวมทั้งการเติบโตของธุรกิจไวน์ กำไรสุทธิ สำหรับไตรมาสนี้ลดลงร้อยละ 10 เทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2540 ยอดขายของบรรจุภัณฑ์ลดลงร้อยละ 10 เทียบกับปี 2540 เพราะความต้องการขวดเครื่องดื่ม บำรุงกำลังลดลงมาก การผลิตขวดเบียร์และสุราขึ้นลงตามภาวะส่วนแบ่งการตลาดของลูกค้าสำคัญใน ธุรกิจนี้ กำไรสุทธิจากสายธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เทียบกับปี 2540 ทั้งนี้ มาจากการที่เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เข้าไปถือหุ้นในบริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 66 เป็นร้อยละ 98 อย่างไรก็ตาม ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นถูกลดลงเนื่องจากการดำเนินงานของบริษัท เบอร์ลี่ พรอสแพค ผู้ผลิต บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดแข็ง มียอดขายและกำไรลดลงในภาคสินค้าเครื่องใช้ส่วนตัวและน้ำมันหล่อลื่น ผลิตภัณฑ์ด้านเทคนิคมียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เป็นผลมาจากการแนะนำเครื่องมือการ วินิจฉัยโรค ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด ในขณะเดียวกันบริษัท ไทยคลินิโปร ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน ของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ และเป็นผู้ผลิตเสื้อคลุมแพทย์ผ่าตัดชนิดใช้ครั้งเดียวมียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 53 กลุ่มธุรกิจนี้สามารถทำยอดขายอย่างสม่ำเสมอและมีผลกำไรที่ดี ทั้งจากผลิตภัณฑ์เคมีของบริษัทเอง และจากฝ่ายเวชภัณฑ์ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นและผลกำไรที่ได้รับส่วนใหญ่มาจากเวชภัณฑ์ใหม่และผลิต ภัณฑ์ของบริษัท ไทยคลินิโปร ซึ่งเป็นส่วนช่วยให้กำไรสุทธิของกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านเทคนิคในไตรมาส 4 สูงถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2540 ยอดขายของกลุ่มวิศวกรรมในไตรมาสนี้ต่ำกว่าปี 2540 ร้อยละ 28 เนื่องจากการหยุดดำเนิน งานชั่วคราว 7 สัปดาห์ ของบริษัท ไทย-สแกนดิค สตีล ซึ่งเป็นผู้ผลิตโครงเหล็กชุบสังกะสีสำหรับหอส่ง สัญญาณและหอโทรคมนาคม การหยุดดำเนินงานมีสาเหตุมาจากความขัดข้องในการขออนุมัติจาก รัฐบาลเพื่อนำเหล็กนำเข้าที่บริษัทได้จ่ายภาษีศุลกากรไปเรียบร้อยแล้วมาใช้เพื่อจุดประสงค์ในการผลิต ถึงแม้ว่าบริษัท ไทย-สแกนดิค สตีล ได้กลับมาดำเนินการอีกครั้งหนึ่งเมื่อกลางเดือนธันวาคม แต่ ข้าพเจ้ายังกังวลว่าบางครั้งการล่าช้าเป็นระยะเวลานานในการขอใบอนุญาตจากรัฐบาล ผลที่ตามมา คือการผลิตอย่างต่อเนื่องต้องหยุดชะงักลง ถึงแม้ว่ากลุ่มวิศวกรรมจะประสบการขาดทุนในระหว่างไตร มาสอันเนื่องมาจากปัญหาของบริษัท ไทย-สแกนดิค สตีล การขาดทุนดังกล่าวยังต่ำกว่าร้อยละ 47 ของ ไตรมาส 4 ในปี 2540 ซึ่งไม่ได้ประกันความเสี่ยงของเงินตราต่างประเทศไว้" 3/ นายเดวิด จอห์น นิโคล ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับโครงการในอนาคตดังนี้ "ข้าพเจ้าเชื่อว่าโครงการของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ในปี 2542 และปีต่อ ๆ ไปจะประสบผลดี การฟื้น ฟูเศรษฐกิจในประเทศโดยผู้บริโภคช่วยสนับสนุนในการใช้จ่ายซื้อสินค้าจะนำประโยชน์มาสู่กลุ่มบริษัท งบดุลของบริษัทมีความมั่นคงเป็นผลมาจากการเพิ่มทุนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทำให้บริษัทมีแหล่งเงินทุนเพียง พอในการขยายกิจการของกลุ่ม โดยการเข้าไปถือหุ้นในบริษัทอื่นที่จะเป็นการเสริมสร้างธุรกิจหลักที่ ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันและโดยการออกสินค้าซึ่งเป็นตราของบริษัทเอง ด้วยผลผลิตสูงอย่างต่อเนื่อง ของบรรจุภัณฑ์แก้ว สินค้าอุปโภคบริโภคอยู่ในสถานะที่ดีและมีเป้าหมายที่จะมุ่งไปในด้านการให้ บริการแก่ตัวแทนสินค้าของบริษัท ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นในปี 2542" วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2542 ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ เดวิด จอห์น นิโคล โทร. 367-1024 กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะกรรมการบริหาร E-mail: davidnicol@berlijucker.co.th แบลร์ ซินทัน โทร. 367-1026 กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และหัวหน้าบริหารด้านการเงิน E-mail: blair@berlijucker.co.th