15 November 2001

ประกาศผลการดำเนินงาน

เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสสาม มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เป็นเงิน 167 ล้านบาท บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ได้แถลงในวันนี้ว่า กำไรสุทธิของกลุ่มสำหรับไตรมาสสามของปี 2544 เป็นเงิน 167.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี 2543 กำไรสุทธิของกลุ่ม สำหรับระยะเวลา 9 เดือน เป็นเงิน 467.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ในระยะเวลาเดียวกันของปี 2543 รายได้จากการขายของกลุ่มสำหรับไตรมาสสามของปี 2544 เป็นเงิน 2,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปี 2543 รายได้ของกลุ่มสำหรับระยะเวลา 9 เดือน เป็นเงิน 8,276 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 ในระยะเวลาเดียวกันของปี 2543 นายเดวิด จอห์น นิโคล ประธานกรรมการบริหาร กล่าวถึงผลการดำเนินงานไตรมาสสาม ดังนี้ "ข้าพเจ้ามีความยินดีที่จะรายงานว่า ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ด้านเทคนิค มียอดขายเพิ่มขึ้นในไตรมาสสามของปี 2544 เปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดขายของ เทคโนโลยีทางภาพลดลง ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็นเงิน 1,062 ล้านบาท เปรียบเทียบกับระยะเวลา เดียวกันของปี 2543 ขนมขบเคี้ยวมียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 มาจากการประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการ ขายของผลิตภัณฑ์แคมปัส อีกทั้งมันฝรั่งทอดกรอบตราเทสโตมียอดขายที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระดาษอนามัยมี ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เทียบกับไตรมาสสามของปีที่แล้ว ยอดขายที่เพิ่มขึ้นมากมาจากธุรกิจรับจ้างผลิต กระดาษอนามัยที่เป็นตราของผู้อื่นและยอดขายเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าสถาบัน กำไรขั้นต้นของธุรกิจขนมขบเคี้ยว และกระดาษอนามัยได้รับประโยชน์จากต้นทุนของวัตถุดิบที่ลดลง รายได้จากการขายของบรรจุภัณฑ์ระหว่างไตรมาสสามของปีนี้เป็นเงิน 992 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี 2543 ยอดขายที่เพิ่มขึ้นมากได้แก่ ขวดเบียร์ ขวดสุรา และขวดน้ำอัดลม ซึ่งชดเชยกับยอดขายของขวดเครื่องดื่มพลังงานที่ลดลง กำไรสุทธิหลังหักภาษีของบรรจุภัณฑ์เป็นเงิน 113 ล้าน บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 ในไตรมาสสาม ทั้งนี้ เนื่องจากมีประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้นและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลง ยอดขายของธุรกิจผลิตภัณฑ์ด้านเทคนิคเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 เป็นเงิน 488 ล้านบาทในไตรมาสสาม เปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี 2543 ยอดขายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นเภสัชภัณฑ์ ของฝ่ายเวชภัณฑ์ และสารผสมอาหาร จากฝ่ายเคมีภัณฑ์ การที่ธุรกิจของฝ่ายเวชภัณฑ์มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นระหว่างไตรมาส สาม เป็นผลให้กำไรขั้นต้นของฝ่ายผลิตภัณฑ์ด้านเทคนิคเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 เปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกัน ในปี 2543 ยอดขายของฝ่ายเทคโนโลยีทางภาพมีจำนวน 205 ล้านบาท ลดลงในระหว่างไตรมาสร้อยละ 22 เปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ยอดขายที่ลดลงเป็น ผลให้กำไรขั้นต้นลดลงร้อยละ 2.7 เปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี 2543 กำไรขั้นต้นของกลุ่มสำหรับไตรมาสสามของปี 2544 เป็นร้อยละ 26.4 เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับระยะ เวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งเป็นร้อยละ 25.6 โดยรวมแล้วกำไรของกลุ่มมาจากบรรจุภัณฑ์และกระดาษอนามัยมี ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานมีราคาลดลง" นายเดวิด จอห์น นิโคล ได้ให้ทัศนะถึงการคาดหมายสำหรับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของปี 2544 ดังนี้ "ข้าพเจ้าคาดว่าธุรกิจของกลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ในไตรมาสสุดท้ายจะมีความมั่นคงเช่นเดียวกับ ระยะเวลา 9 เดือนแรกของปีนี้" เดวิด จอห์น นิโคล ประธานกรรมการบริหาร วันที่ 14 พฤศจิกายน 2544 ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ เดวิด จอห์น นิโคล สตีฟ ไวส์แมน ประธานกรรมการบริหาร กรรมการบริหารและหัวหน้าบริหารด้านการเงิน โทร. 0-2367