SET Announcements
12 November 2007
) ความเห็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับการเข้าลงทุนใน TBC
กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 56,843,625 - - -
ค่าเครื่องจักรค้างจ่าย 25,243,226 2,867,226 - 10,458,147
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 43,326,805 38,369,511 55,543,053 41,735,925
รวมหนี้สินหมุนเวียน 943,214,821 982,014,632 1,013,572,684 1,175,775,193
หนี้สินไม่หมุนเวียน
เงินกู้ยืมระยะยาว - 250,000,000 - -
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน - 250,000,000 - -
รวมหนี้สิน 943,214,821 1,232,014,632 1,013,572,684 1,175,775,193
ส่วนของผู้ถือหุ้น
ทุนเรือนหุ้น
ทุนจดทะเบียน 1,500,000,000 1,000,000,000 1,000,000,000 1,000,000,000
ทุนที่ออกและชำระแล้ว 1,500,000,000 1,000,000,000 1,000,000,000 1,000,000,000
กำไรสะสม
จัดสรรแล้ว
สำรองตามกฎหมาย - - 6,000,000 20,000,000
ยังไม่ได้จัดสรร -67,051,875 116,370,652 292,374,059 238,044,956
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 1,432,948,125 1,116,370,652 1,298,374,059 1,258,044,956
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 2,376,162,946 2,348,385,284 2,311,946,743 2,433,820,149
หน้า 27 จาก 50
งบการเงินรวม
งบกำไรขาดทุน 2547 2548 2549 30-มิ.ย.-50
(ตรวจสอบ) (ตรวจสอบ) (ตรวจสอบ) (ยังไม่สอบทาน)
รายได้
รายได้จากการขายและการให้บริการ 1,755,403,826 2,172,719,372 2,449,123,613 1,312,758,361
รายได้อื่น ๆ 18,685,018 21,524,065 9,295,825 6,543,227
รวมรายได้ 1,774,088,844 2,194,243,437 2,458,419,438 1,319,301,588
ค่าใช้จ่าย
ต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการ 1,446,662,416 1,741,373,196 1,894,285,214 1,115,778,603
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 150,291,861 194,268,283 207,756,420 81,745,412
รวมค่าใช้จ่าย 1,596,954,277 1,935,641,479 2,102,041,634 1,197,524,015
กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ 177,134,567 258,601,958 356,377,804 121,777,573
ดอกเบี้ยจ่าย 2,066,699 9,432,838 28,058,410 5,680,115
ภาษีเงินได้ 28,377,060 65,746,593 86,315,987 31,424,022
กำไรสุทธิสำหรับปี 146,690,808 183,422,527 242,003,407 84,673,436
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 0.98 1.23 2.42 1.69*
*ปรับเป็นฐานเต็มปี
หน้า 28 จาก 50
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญของ TBC
งบการเงินรวม
อัตราส่วนทางการเงิน 2547 2548 2549 30 มิ.ย. 50
(ตรวจสอบ) (ตรวจสอบ) (ตรวจสอบ) (ยังไม่สอบทาน)
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio)
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) 1.00 1.01 1.05 1.05
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (เท่า) 0.40 0.40 0.47 0.51
อัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสด (เท่า) NA 0.16 0.60 0.19
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) * NA 6.90 6.21 6.33
ระยะเวลาเก็บหนี้ (วัน) * NA 52.14 58.01 56.90
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) * NA 3.22 3.38 3.82
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) * NA 111.65 106.54 94.17
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้ (เท่า) * NA 3.11 3.10 3.03
ระยะเวลาชำระหนี้ (วัน) * NA 115.62 116.29 118.70
Cash Cycle (วัน) * NA 48.17 48.27 32.37
อัตราส่วนแสดงความสามารถในการหากำไร
(Profitability Ratio)
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 17.59% 19.85% 22.65% 15.01%
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (%) 9.03% 10.91% 14.17% 8.78%
อัตราส่วนเงินสดต่อการทำกำไร (เท่า) 2.01 0.64 1.73 1.76
อัตรากำไรสุทธิ (%) 8.27% 8.36% 9.84% 6.42%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (%) * NA 14.39% 20.04% 13.25%
อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการ
ดำเนินงาน (Efficiency Ratio)
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (%) * NA 7.76% 10.39% 7.14%
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร (%) * NA 20.91% 27.64% 23.40%
อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์ (เท่า) * NA 0.93 1.06 1.11
อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน
(Financial Policy Ratio)
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.66 1.10 0.78 0.93
อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (เท่า) NA 24.17 25.47 42.21
อัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพัน
(Cash basis) (เท่า) NA 0.22 0.60 0.47
อัตราการจ่ายเงินปันผล (%) 0.00 33% 52% 0.00
*ปรับเป็นฐานเต็มปี
หน้า 29 จาก 50
ฐานะทางการเงิน
สินทรัพย์
สินทรัพย์รวมของ TBC ณ สิ้นไตรมาสที่2 ปี 2550 เท่ากับ 2,433.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121.87 ล้าน
บาท เมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวม วันที่ 31 ธันวาคม 2549 หรือมีอัตราการเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 5.27 โดย
สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 173.09 ล้านบาท โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนดลง 51.21 ล้านบาท
การที่สินทรัพย์หมุนเวียน ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2550 เพิ่มขึ้นจากปี 2549 ร้อยละ 16.24 นั้น มีสาเหตุ
หลักมาจาก TBC มีเงินสดและเงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้น 22.10 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มเติมร้อยละ 62.22
เนื่องจาก TBC สามารถขายสินค้าและเก็บหนี้ได้เร็วขึ้น จะเห็นได้จากลูกหนี้การค้าที่ลดลงเป็นจำนวน 60.66
ล้านบาท คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 13.62 โดย TBC มีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 50.34 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.01 จากการทยอยผลิตกระป๋องเพิ่มเพื่อเตรียมจำหน่ายในช่วงปลายปี นอกจากนี้ ณ สิ้นไตรมาส
2 ปี 2550 TBC ยังมีเงินดาวน์เครื่องจักรสายการผลิตที่ 2 อีก 151.93 ล้านบาท ตามแผนการเพิ่มกำลังการผลิต
กระป๋องในปี 2551 สำหรับสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ ซึ่งประกอบด้วยรายการหลักคือ ภาษีซื้อรอการเรียกคืน
ซึ่งเกิดจากภาษีซื้ออลูมิเนียมรอเรียกคืนสุทธิจากรายการภาษีขาย และส่วนลดค้างรับ ซึ่งเป็นส่วนลดการค้าจาก
การซื้อวัตถุดิบการผลิตอื่น โดยสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2549 จำนวน 9.38 ล้านบาท
สำหรับสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ลดลง 51.21 ล้านบาทนั้น มีสาเหตุหลักมาจาการลดลงของภาษีเงินได้รอการตัด
บัญชีลดลง 31.42 ล้านบาท และการลดลงของรายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ลดลง 19.79 ล้านบาทอันเกิด
จากการหักค่าเสื่อมราคาตามนโยบายบัญชีปกติ
หนี้สิน
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2550 TBC มีหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากปี 2549 จำนวน 162.20 ล้านบาท คิดเป็นอัตรา
การเพิ่มร้อยละ 16.00 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นเงินกู้ยืมระยะ
สั้นเพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนชั่วคราวสำหรับการลงทุนขยายกำลังการผลิตก่อนที่ TBC จะสามารถหาแหล่งเงินกู้
ระยะยาวได้จำนวน 230 ล้านบาท นอกจากนี้ TBC ยังมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 55.55 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.85 โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีลดลงจากปี 2549
เป็นจำนวน 120 ล้านบาท คิดเป็นอัตราลดลง ร้อยละ 48.00 โดย TBC ไม่มีเงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ ไตรมาส 2 ปี 2550 มีมูลค่าทั้งหมด 1,258.04 ล้านบาท โดยลดลงจากปี 2549 เป็น
จำนวน 40.32 ล้านบาทคิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 3.11 ทั้งนี้เนื่องจากกำไรสะสมส่วนที่ยังไม่ได้จัดสรรนั้น
ลดลง 54.32 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลมาจากยอดกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาจำนวน 84.67 ล้านบาท และ
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2550 มีการจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานในปี 2549 เป็นจำนวน 125 ล้านบาท หรือ
1.25 บาทต่อหุ้น ตามมติคณะกรรมการของ TBC ในเดือน มีนาคม 2550 โดยมีการจัดสรรให้มีการตั้งสำรอง
ตามกฏหมายเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 14 ล้านบาท จากจำนวน 6 ล้านบาทในปี 2549 เป็น 20 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส
2 ปี 2550
หน้า 30 จาก 50
ผลการดำเนินงาน
รายได้
ในปี 2549 บริษัทมีรายได้จากการขาย 2,449.12 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2548 ทั้งหมด 276.40 ล้าน
บาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มร้อยละ 12.72 ทั้งนี้รายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ และการ
เติบโตของอุตสาหกรรมของบริษัทคู่ค้าทั้งใน และต่างประเทศ ซึ่งรายได้ของ TBC จะเคลื่อนไหวเป็นฤดูกาล
ตามยอดขายของเครื่อ งดื่ มและการส่งเสริ มการขายของลูกค้า โดยยอดขายจะสูงในช่วงไตรมาสแรกและ
ไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งลูกค้ารายใหญ่ในประเทศ ได้แก่ กลุ่มบริษัท เบียร์ทิพย์บริวเวอร์รี่ (ผลิตภัณฑ์เบียร์
ช้าง) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด (ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโค้ก) และ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ((ผลิตภัณฑ์
เครื่องดื่มเป๊ปซี่) ในส่วนตลาดต่างประเทศนั้น ลูกค้ารายใหญ่ ได้แก่ F&N CC Beverage Sdn. Bhd. (ประเทศ
มาเลเซีย) Cambrew Ltd. (ประเทศกัมพูชา) และ United Breweries Ltd. (ประเทศอินเดีย)
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2550 TBC มีรายได้จากการขายเท่ากับ 1,312.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จาก
งวด 6 เดือน ปี 2549 เท่ากับ 149.14 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตร้อยละ 12.82 เนื่องจาก ปี 2550 มีการขยาย
ฐานลูกค้าเพิ่มเติม และการเติบโตของอุตสาหกรรมของบริษัทคู่ค้าทั้งใน และต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้รายได้อื่นๆ ในปี 2549 เท่ากับ 9.30 ล้านบาท และในช่วง 6 เดือนแรก ปี 2550 เท่ากับ 6.54
ล้านบาท รายได้อื่นเป็นรายได้จากการรับจากการรับจ้างเคลือบแผ่นอลูมิเนียมสำหรับผลิตกระป๋อง และรายได้
จากการขายวัสดุอื่นๆ
ต้นทุนขาย
ต้นทุนขายของ TBC มีแนวโน้มที่เพิ่มตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ในปี 2549 นั้น TBC มีค่าใช้จ่าย
ทั้งหมด 2,102.04 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 166.40 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.60 จากปี 2548
อย่างไรก็ตามโครงสร้างต้นทุนขาย เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนของต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายมีแนวโน้ม
ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราส่วนร้อยละ 82.41, 80.15 และ 77.35 ตามลำดับ เนื่องจาก TBC มีการจองซื้อ
อลูมิเนียมได้ในราคาเดิมก่อนการปรับตัวสูงขึ้นของราคาอลูมิเนียม
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2550 TBC มีต้นทุนขายเท่ากับ 1,175.77 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 227.53
ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.62 โดยโครงสร้างต้นทุนขายในช่วงครึ่งแรกของปี 2550 คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ
84.99 ของรายได้จากการขาย ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากร้อยละ 76.33 ของรายได้จากการขาย ในช่วง
เวลาเดียวกันของปี 2549 ซึ่งเป็นผลมาจากราคาอลูมิเนียมเข้าสู่สภาวะที่ไม่มีการปรับตัวมากนักในช่วงครึ่งแรก
ของปี 2550 การจองซื้อวัตถุดิบได้ในราคาเดิมจะไม่ส่งผลกระทบในเชิงบวกอย่างมากต่อต้นทุนขายดังเช่นปีที่
ผ่านมา ดังนั้นโครงสร้างต้นทุนขายในช่วงครึ่งแรกของปี 2550 จึงเป็นโครงสร้างที่สะท้อนการดำเนินงานใน
สภาวะปกติของ TBC
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารประกอบด้วย ค่ ขนส่งสินค้า ค่าเดินทาง และค่ารับรองของฝ่าย
การตลาด และค่าโฆษณา ในปี 2549 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเท่ากับ 207.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.49
ล้านบาทคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.94 และ ช่วง 6 เดือนแรกปี 2550 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
เท่ากับ 81.75 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2549 จำนวน 32.54 ล้านบาทคิดเป็นอัตราการลดลงร้อยละ
15.66
หน้า 31 จาก 50
กำไรสุทธิ
TBC มีกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 146.69 ล้านบาท
ในปี 2547 183.42 ล้านบาทใน ปี 2548 และเท่ากับ 242.00 ล้านบาท ปี 2549 ทั้งนี้ การที่ TBC มีผลกำไรเพิ่ม
ขึ้นมาโดยตลอดมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในขณะเดียวกัน TBC สามารถบริหารต้นทุนขายได้
อย่างมีประสิทธิภาพจากการจองซื้ออลูมิเนียมได้ในราคาเดิมก่อนการปรับตัวสูงขึ้นของราคาอลูมิเนียม
สำหรับช่วงครึ่งแรกปี 2550 TBC มีกำไรสุทธิเท่ากับ 84.67 ล้านบาทซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปี
ก่อนหน้า มีสาเหตุมาจาก ราคาอลูมิเนียมเข้าสู่สภาวะที่ไม่มีการปรับตัวมากนักในช่วงครึ่งแรกของปี 2550
การจองซื้อวัตถุดิบได้ในราคาเดิมจะไม่ส่งผลกระทบในเชิงบวกอย่างมากต่อต้นทุนขายดังเช่นปีที่ผ่านมาถึงแม้ว่า
จะมียอดขายเพิ่มขึ้นก็ตาม
การวิเคราะห์สภาพคล่อง
อัตราส่วนสภาพคล่องของ TBC ในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นค่อนข้างคงที่ ซึ่งตัวเลขนั้นแสดงให้เห็นว่า
สินทรัพย์หมุนเวียนมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงและเพียงพอที่จะชำระหนี้สินหมุนเวียนได้
วงจรเงินสด (Cash Cycle) ในปี 2548 และ 2549 ใกล้เคียงกันอยู่ที่ 48.17 วัน และ 48.27 วัน
ตามลำดับ แต่ในช่วงครึ่งแรกปี 2550 วงจรเงินสดลดลงเป็น 32.37 วัน สาเหตุเนื่องมาจาก TBC สามารถลด
ระยะเวลาการเก็บสินค้าลงจากปี 2549 ทำให้วงจรเงินสด มีระยะเวลาที่สั้นลง
การวิเคราะห์ความสามารถในการทำกำไร
ในปี 2547 ถึงปี 2549 ความสามารถในการทำกำไรของ TBC มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง TBC มีอัตรา
กำไรขั้ นต้ น อัตรากำไรจากการดำเนินงาน อัตรากำไรสุทธิ และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเพิ่ม ขึ้นอย่างมี
นัยสำคัญ เนื่องมาจากในช่วงระยะเวลาดังกล่าวราคาอลูมิเนียมในตลาดโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นมาโดยตลอด
และ TBC สามารถจองซื้ออลูมิเนียมได้ในราคาเดิมก่อนที่ราคาอลูมิเนียมจะปรับตัวสูงขึ้นตลอดช่วงปี 2547
ถึงปี 2549 ทำให้มีวัตถุดิบอลูมิเนียมในราคาต้นทุนเดิมเพียงสำหรับการผลิตในช่วงเวลาดังกล่าว
การที่ราคาอลูมิเนียมมีอลูมิเนียมมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้
TBC ได้รับประโยชน์จากการจองซื้อวัตถุดิบในราคาเดิมก่อนการปรับราคา เป็นเหตุให้ในปี 2549 ซึ่งเป็นปีที่
ราคาอลูมิเนียมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก TBC มีอัตรากำไรสูงกว่าปกติ และเมื่อราคาอลูมิเนียมเข้าสู่สภาวะที่ไม่
มีการปรับตัวมากนักในช่วงครึ่งแรกของปี 2550 การจองซื้อวัตถุดิบได้ในราคาเดิมจะไม่ส่งผลกระทบในเชิง
บวกอย่างมากต่ออัตรากำไรดังเช่นปีที่ผ่านมา ดังนั้นอัตรากำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2550 จึงเป็นอัตราที่
สะท้อนความสามารถในการดำเนินงานในสภาวะปกติของ TBC อย่างแท้จริง
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
ในปี 2549 อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร เพิ่มสูงขึ้นจาก
ปี 2548 อย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเพิ่ม
ระยะเวลาเก็บสำรองวัตถุดิบก่อนการปรับเพิ่มราคาอลูมิเนียมในตลาด London Metal Exchange ทำให้มีกำไร
สุท ธิเพิ่ มขึ้นประกอบกั บสิ นทรั พย์ ร วมลดลงเล็กน้อย อย่ งไรก็ตามในช่วงครึ่งแรกของปี 2550 นั้ นอัตรา
ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร มีแนวโน้มปรับตัวลงใกล้เคียงปี 2548
เนื่องจากการที่อัตราส่วนกำไรสุทธินั้นกลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของอุตสาหกรรม
หน้า 32 จาก 50
ในช่วงปี 2548 ถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2550 อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์นั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมา
โดยตลอด สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแนวโน้มของรายได้ที่เติบโต
อย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการขยายฐานลูกค้าในประเทศ เช่น ไฮเนเก้ น และลูกค้าต่า งประเทศเช่น
เวียดนาม เป็นต้น
การวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน
ถึงแม้ว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2550 นั้นเพิ่มขึ้นจากปี 2549 แต่
อัตราส่วนของทุนยังคงสูงกว่าหนี้สิน นอกจากนี้ อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมากจาก 25.47
เท่าในปี 2549 เป็น 42.21 เท่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2550 ได้แสดงให้เห็นว่า TBC มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะ
ชำระดอกเบี้ยได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของอัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพันนั้น มีอัตราลดลงในช่วงที่
ผ่านมา ทั้งนี้สาเหตุหลักเนื่องจากบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่อัตราร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ ต่อปี โดย
ปี 2549 TBC มีการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานในปี 2548 เท่ากับร้อยละ 33 ของกำไรสุทธิ ก่อนหักยอด
ขาดทุนสะสมยกมาจำนวน 67.05 ดังนั้นเงินปันผลจำนวน 60.00 ล้านบาท จึงคิดเป็นร้อยละ 51.55 ของกำไร
สุทธิหลังจากหักยอดขาดทุนสะสม และช่วงครึ่งแรกของปี 2550 TBC จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานของ
ปี 2549 คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลร้อยละ 51.65
หน้า 33 จาก 50
2. ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงิน
2.1 ความสมเหตุสมผลและประโยชน์ของรายการที่เกี่ยวโยงกัน
- เป็นการขยายฐานการดำเนินธุรกิจในกลุ่มบรรจุภัณฑ์
จากลักษณะการประกอบธุรกิจทางด้านบรรจุภัณฑ์ของบริษัทฯ การลงทุนเข้าซื้อหุ้นสามัญของ TBC
จำนวน 50 ล้านหุ้นคิดเป็นร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว จึงนับว่าเป็นการขยายฐานการดำเนิน
ธุรกิจทางด้านบรรจุภัณฑ์ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ประเภทแก้วและพลาสติก เข้าสู่บรรจุภัณฑ์ประเภท
กระป๋องอลูมิเนียม เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ประเภทบรรจุภัณฑ์พกพา (Portable Packaging )
ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันของประชากรโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ต้องการ
ความสะดวกสบายมากขึ้น มีปริมาณบรรจุเพียงพอแก่การบริโภคได้เพียงคนเดียว ครั้งเดียว (Single Serving
Size)
การลงทุนเข้าซื้อหุ้นสามัญของ TBC ในครั้งนี้ จึงเป็นการขยายกิจการในระนาบเดียวกัน (Horizontal
Integration) ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการประหยัดจากขนาด (economy of scale) ประโยชน์จาก
การครอบคลุมสินค้าบริการที่มากขึ้น (economy of scope) อีกทั้งยังป้องกันคู่แข่งซึ่งเป็นสินค้าทดแทน
โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มประเภทขวดแก้วและขวดพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นในการทดแทนกันของ
สินค้าค่อนข้างสูง นอกจากนี้บริษัทฯ ยังจะได้ประโยชน์จากการครองส่วนแบ่งการตลาดในอุตสาหกรรม
กระป๋องอลูมิเนียมที่ TBC ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับสองของประเทศมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ
34 และสามารถขยายฐานลูกค้าผ่านฐานลูกค้าเดิมของ TBC ซึ่งเป็นลูกค้าที่บริษัทที่มีชื่อเสียง และฐานะทางการ
เงินมั่นคง ทั้งในและต่างประเทศ
- ลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการสร้างธุรกิจขึ้นใหม่
ในการขยายฐานการดำเนินธุรกิจนั้นสามารถทำได้ทั้งวิธี การก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่ หรือการเข้าซื้อ
กิจการสำหรับการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ TBC ในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ สามารถมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจ
บรรจุภัณฑ์กระป๋องอลูมิเนียมได้ในทันทีเมื่อเปรียบเทียบกับการการก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา
ในการก่อสร้างโรงงาน การหาลูกค้า รวมถึงระยะเวลาในการสร้างชื่อเสียงและคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้า มีความเสี่ยงจาก Cost overrun และเสียโอกาสในการสร้างรายได้ของบริษัทฯ
ดังนั้นการที่บริษัทฯ จะขยายฐานการดำเนินธุรกิจโดยการลงทุนเข้าซื้อหุ้นสามัญของ TBC จึงเป็นการ
ดำเนินการที่สมเหตุผล เนื่องจากเป็นกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ที่จะทำให้เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและ
ป้องกันสินค้าทดแทนในขณะเดียวกัน และเป็นการลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการสร้างธุรกิจขึ้นใหม่
2.2 ข้อดีและข้อด้อยของการทำรายการ
2.2.1 ข้อดี
- เป็นการลงทุนในกิจการที่มีฐานะทางการเงินมั่นคงและผลประกอบการที่ดี
TBC นั้นจัดว่าเป็นผู้ผลิตกระป๋องรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศไทย และมีฐานลูกค้าอยู่เป็น
จำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่ง TBC จัดได้ว่ามีฐานะการเงินมั่นคง สามารถดำเนินการให้เกิดรายได้
หน้า 34 จาก 50
มากกว่าพันล้านบาทต่อปี และมีกำไรสุทธิมากกว่า 200 ล้านบาทต่อปี โดยในปี 2549 ที่ผ่านมา TBC มีกำไร
สุทธิจากการดำเนินงานเท่ากับ 242 ล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ร้อยละ 20.04 นอกจากนี้
อัตราส่วนสภาพคล่องของ TBC ยังสะท้อนให้เห็นว่า TBC มีสภาพคล่องอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจาก TBC มี
ปริมาณสินทรัพย์หมุนเวียนเพียงพอที่จะชำระหนี้สินหมุนเวียนได้
- ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้ร่วมทุนของ TBC
ผู้ถือหุ้นที่สำคัญรายหนึ่งของ TBC บริษัท บอลล์ เซ้าท์อีสท์ เอเชีย โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ
บริ ษั ท บอลล์ คอร์ ปอเรชั่น จำกัด ผู้ เป็นเจ้าของลิข สิทธิ์ เทคโนโลยีการผลิต บรรจุภัณฑ์อ ลูมิเนียมสำหรั บ
เครื่องดื่มจากประเทศสหรัฐอเมริกา การที่บริษัทฯ เข้าลงทุนใน TBC จะทำให้บริษัทฯ มีโอกาสได้เรียนรู้
เทคโนโลยีการผลิต และ Know how ในการจัดซื้อวัตถุดิบอลูมิเนียม จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกได้ โดยที่ความรู้
ที่จะได้รับการถ่ายทอดนี้จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถนำมาปรับใช้ในการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ
มากยิ่งขึ้น
2.2.2 ข้อด้อย
- BJC อาจได้รับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอลูมิเนียม และอัตราแลกเปลี่ยน
วัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตกระป๋องคือ อลูมิเนียม ที่มีราคาซื้อขายอิงกับราคาตลาดโลกที่ซื้อขาย
ในตลาด London Metal Exchange ซึ่งราคาซื้อขายนี้มีลักษณะคล้ายสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity product)
กล่าวคือกลไกราคานอกจากจะถูกกำหนดจากอุปสงค์อุปทานของอลูมิเนียมเองแล้ว ยังขึ้นอยู่กับปัจจัย
ภายนอก เช่น ราคาน้ำมัน และการเก็งกำไร จึงทำให้ราคาอลูมิเนียมในตลาดโลกมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา
ซึ่งในงวด 6 เดือนแรก ปี 2550 TBC ต้องชำระค่าวัตถุดิบ อลูมิเนียมร้อยละ 80.39 ของต้นทุนขายทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม TBC มีรายได้จากการขายร้อยละ 29 เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ทำให้บริษัทฯมีการ
ป้องกันความเสี่ยงตามธรรมชาติ (Natural Hedge) อยู่บางส่วน ในภาวะการที่เงินบาทแข็งค่า TBC จะได้
ประโยชน์เนื่องจาก TBC รายจ่ายสุทธิจากรายได้จากการขายในรูปของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกาที่ลดลง
ในทางกลับกันหากอยู่ในภาวะที่เงินอ่อนค่าลงรายจ่ายสุทธิจากรายได้จากการขายในรูปของเงินสกุลดอลลาร์
สหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้นซึ่งบริษัทฯอาจได้รับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอลูมิเนียม และอัตรา
แลกเปลี่ยนอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตามผู้บริหารของ TBC ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มิใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ
เป็นผู้มีประสบการณ์ และเชี่ยวชาญในธุรกิจบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมได้บริหารความเสี่ยงด้วยการทำสัญญาผูกพันการ
ซื้ออลูมิเนียมล่วงหน้ากับ Supplier และทำสัญญาซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าผ่านธนาคาร
พาณิชย์ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงลงได้ระดับหนึ่ง
2.2.3 เปรียบเทียบข้อดีและข้อด้อยระหว่างการทำรายการกับการไม่ทำรายการ
หากบริษัทฯ ไม่เข้าทำรายการในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ สูญเสียโอกาสในการขยายฐานการ
ดำเนินธุรกิจในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เข้าสู่บรรจุภัณฑ์ประเภทกระป๋องอลูมิเนียม ประกอบกับอุตสาหกรรมกระป๋อง
อลูมิเนียมในประเทศไทยนั้นมีผู้ผลิตรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย และในจำนวนผู้ผลิตรายใหญ่น้อยรายนั้น เป็น
ผู้ประกอบการที่มีผู้ถือหุ้น หรือมีพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นคู่แข่งขันทางการค้า กับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
หน้า 35 จาก 50
เป็นกลุ่มเดียวกันกับ BJC ดังนั้น BJC จึงมีความจำเป็นเข้าทำรายการในครั้ง เพื่อรักษาความสามารถในการ
แข่งขันของกลุ่มบริษัท
การเข้าทำรายการในครั้งนี้ BJC จะทำการซื้อหุ้นโดยใช้เงินทุนหมุนเวียนภายในของบริษัทฯ
และจากการออกหุ้นกู้ ซึ่งที่ปรึกษามีความเห็นว่า บริษัทฯมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ อีกทั้งการออกหุ้นกู้หรือ
หากเกิดกรณีอื่นใดที่ทำให้บริษัทฯ เลือกใช้ การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินแทนการออกหุ้นกู้ จะไม่ส่งผล
(ยังมีต่อ)



