14 May 2009

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ฝ่ายบริหาร ผลประกอบการ Q1 09

วันที่ 14 พฤษภาคม 2552 เรื่อง คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 1/2552 เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปผลประกอบการทางการเงินในไตรมาส 1 ปี 2552 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) มียอดขายรวมในไตรมาส 1/52 ที่ 5,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.9 จากไตรมาส 1/51 แต่ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/51 สำหรับในไตรมาส 1/52 นี้ กำไรสุทธิ และกำไรจากการดำเนินงาน ลดลงจากไตรมาส 1/51 แต่มีการเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้นมาก จากไตรมาส 4/51 ที่ผ่านมา กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท อยู่ที่ 204 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 70.0 จากไตรมาส 4/51 และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มจากร้อยละ 2.1 ในไตรมาส 4/51 เป็นร้อยละ 3.7 ในไตรมาสนี้ ในวันที่ 1 มกราคม 2552 ทางบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กร ใหม่โดยได้มีการแบ่งสายธุรกิจหลักออกเป็น 5 สายธุรกิจหลักได้แก่ 1) กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม 2) กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค 3) กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ 4) กลุ่มสินค้าและบริการ ทางเทคนิค และ 5) กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ข้อมูลยอดขายของแต่ละกลุ่มธุกิจแสดงให้เห็นดังตารางด้านล่าง ล้านบาท ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 1/52 1/51 เปลี่ยนแปลง 4/51 เปลี่ยนแปลง จาก จาก ไตรมาส ไตรมาส 1/51 4/51 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม 2,640 2,462 7.2 2,967 (11.0) กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค 1,776 1,812 (2.0) 1,616 9.9 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค 1,122 1,145 (2.0) 1,058 6.0 กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ 38 - - 36 6.7 รายได้จากการขายและให้บริการ 5,576 5,419 2.9 5,677 (1.8) รายได้อื่น 106 97 9.3 68 55.9 รวมรายได้ 5,682 5,516 3.0 5,745 (1.1) กำไรจากการดำเนินงาน 286 413 (30.8) 219 30.9 อัตราส่วนต่อยอดขาย (ร้อยละ) 5.1 7.6 (32.7) 3.8 33.3 กำไรสุทธิสำหรับงวด 181 304 (40.5) 147 23.4 อัตราส่วนต่อยอดขาย (ร้อยละ) 3.2 5.6 (42.1) 2.6 25.6 ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ ผู้ถือหุ้นรายย่อย (23) 37 (162.2) 27 (185.2) ผู้ถือหุ้นของบริษัท 204 267 (23.6) 120 70.0 อัตราส่วนต่อยอดขาย (ร้อยละ) 3.7 4.9 (25.7) 2.1 73.1 หมายเหตุ: เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ในคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ผลประกอบการของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และกลุ่มสินค้าและ บริการทางเทคนิคจะแสลงยอดรวมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรายงานที่ได้แสลงในอดีต นอกจากนี้ ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศก็ได้แยก ออกมาจากกลุ่มสินค้าแต่ละกลุ่ม กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม ร้อยละการ ร้อยละการ ไตรมาส ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ล้านบาท 1/52 1/51 จาก ไตรมาส 4/51 จาก ไตรมาส 1/51 4/51 รายได้จากการขาย 2,640 2,462 7.2 2,967 (11.0) กำไรสุทธิ (7) 62 (111.3) (57) (87.7) ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ (0.3) 2.5 (1.9) ในไตรมาส 1/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมมียอดขายอยู่ที่ 2,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อย ละ 7.2 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/51 แต่ลดลงร้อยละ 11.0 จากไตรมาส 4/51 เนื่องจากการลดลงของความ ต้องการโดยรวมในตลาดสำหรับกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์กระป๋อง และการแข่งขันที่สูงขึ้นจาก การที่เศรฐกิจโดยรวมชะลอตัว การเติบโตจากไตรมาส 1/51 ดูมีการปรับตัวขึ้นมากเนื่องจากมีการปิดปรับปรุง เตาที่บริษัทอุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทยในไตรมาส 1/51 ไตรมาส 1/52 นี้มียอดขาดทุนสุทธิซึ่งน้อยลงจากที่มีกำไรในไตรมาส 1/51 แต่ระดับขาดทุนสุทธิอยู่ ที่ใกล้เคียงกับในไตรมาส 4/51 ซึ่งเหตุผลหลักคือผลประกอบการที่ลดลงของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋อง นอกเหนือจากการปรับตัวที่อ่อนลงของความต้องการในตลาด กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วยังได้รับ ผลกระทบการการขยายกำลังการผลิตที่มากกว่าความต้องการของตลาดในช่วงปีที่ผ่านมา ยอดขายที่ลดลงอยู่ ในกลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เบียร์ โซดา และเครื่องดื่มชูกำลัง เมื่อดูจากยอดขายเทียบกันระหว่าง ไตรมาส 1/52 และ ไตรมาส 1/51 จะพบว่ามีอัตราการเติบโตที่สูงเนื่องจากมีการปิดซ่อมเตาหลอมที่บางพลี เมื่อไตรมาส 1/51 สำหรับกำไรสุทธินั้น มีการเจริญเติบโตจาก ไตรมาส 4/51 เนื่องจากราคาวัตถุดิบและ พลังงานที่ลดลงบวกกับมีความคงตัวมากขึ้น สำหรับกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ยอดขายปรับตัวลดลงตามความต้องการของตลาดเช่นกัน ส่งผลให้มี อัตราการผลิต (Utilization Rate) ที่ลดลง นอกจากต้นทุนของสินค้าราคาที่สูงจากราคาอะลูมิเนียมที่สูงในปี ก่อน ส่งผลให้ต้องมีการบันทึกการตั้งสำรองการด้อยค่าของสินค้าคงคลังตามหลักการบัญชี และมีผลทำให้ ตัวเลขแสดงความสามารถในการทำกำไรที่ลดลง ในส่วนธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรม และธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสีนั้นยังคงมียอดขายที่ เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/51 และไตรมาส 4/51 อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เช่น ค่าขนส่ ง สำหรับลูกค้าส่งออกสูงขึ้นเป็นพิเศษ จึงมีผลให้ความสามารถทางการทำกำไรลดลง กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค ร้อยละการ ร้อยละการ ไตรมาส ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ล้านบาท 1/52 1/51 จาก ไตรมาส 4/51 จาก ไตรมาส 1/51 4/51 รายได้จากการขาย 1,776 1,812 (2.0) 1,616 9.9 กำไรสุทธิ 97 82 18.3 68 42.6 ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 5.5 4.5 4.2 ในไตรมาส 1/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภคมียอดขายอยู่ที่ 1,776 ล้านบาท ลดลง เล็กน้อยร้อยละ 2.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/51 แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9 จากไตรมาส 4/51 สาเหตุหลักคือ ผลประกอบการที่ดีขึ้นมากของผลิตภัณฑ์สบู่นกแก้วและธุรกิจรับจ้างผลิต ความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มมี การพัฒนาในทางที่ดีขึ้นเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงานที่ต่ำลง รวมทั้งการควบคุมต้นทุน ซึ่งมีผลให้ ประสิทธิภาพในการดำเนินงานดีขึ้น ธุรกิจขนมขบเคี้ยวมียอดขายที่ลดลงจากไตรมาส 1/51 เนื่องจากผู้บริโภคมีการใช้จ่ายต่อครั้งที่ลดลง และมีการลดจำนวนครั้งในการจับจ่าย รวมทั้งในปีที่ผ่านมานั้น ยอดขายสูงเป็นพิเศษจากความสำเร็จของการ ออกขาย เทสโต รสคัลเลอร์ แม็กซ์ บาร์บิคิว แม้ยอดขายจะลดลงจากไตรมาส 1/51 แต่อัตราการเติบโตจาก ไตรมาส 4/51 นั้นเป็นที่น่าพอใจโดยอยู่ที่ร้อยละ 20.2 ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ลดลงนั้น อาทิ เยื่อกระดาษ และ น้ำมันปาล์ม บรรจุภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับลดลง ช่วยส่งเสริมให้ความสามารถในการทำกำไรใน ไตรมาสนี้มีการปรับตัวพัฒนาดีขึ้น ทางกลุ่มยังคงจะมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนอง ความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจกระดาษทิชชูประสบกับการแข่งขันที่เพิ่ มสูงขึ้น จากการทำการปรับราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ของผู้เ ล่นในตลาด อย่างไรก็การที่ มีสินค้านวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ เซลล็อกซ์ พิวริฟายในตลาด ระดับบน (Premium Segment) และความเป็นผู้นำในตลาดหลัก (Mainstream Market) ของ ซิลค์ ส่งผลให้ กลุ่มกระดาษโดยรวมมีผลการดำเนินงานที่ยังเป็นไปในทางที่ดี มีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/52 ปรับตัวดีขึ้นจาก ไตรมาสก่อน เนื่องจากการที่ราคาพลังงาน และวัตถุดิบ เช่น เยื่อกระดาษปรับลดลงรวมถึงการปรับปรุง ประสิทธิภาพทางด้านการผลิต และการควบคุมต้นที่ที่ได้ผล ผลิตภัณฑ์สบู่นกแก้วและธุรกิจรับจ้างผลิตมีผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.7 จากไตรมาส 1/51 และร้อยละ 12.9 จากไตรมาส 4/51 การเติบโตที่ดีนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์การสร้าง แบรนด์ของสบู่นกแก้ว ที่ได้เริ่มทำตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา และการพัฒนากลิ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจรับจ้าง ผลิตก็มีการปรับตัวที่ดีขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาร่างกาย (Personal Care Product) นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบ เช่น บรรจุภัณฑ์ รวมถึงพลังงานต่างๆที่ใช้ในการผลิตได้มีการปรับตัวลงซึ่งเป็นผลดีกับ ความสามารถในการทำกำไรของรูเบียอุตสาหกรรมโดยรวม ธุรกิจโลจิสติกส์ มีรายได้ในไตรมาส 1/52 สูงขึ้น เมื่อเทียบกับทั้งไตรมาส 1/51 และไตรมาส 4/51 เนื่องจากรายได้จากการบริการลูกค้านำเข้าส่งออกที่ผ่านพิธีการทางศุลการกร (Custom Brokerage Services "CBS") เพิ่มสูงขึ้นสำหรับกำไรนั้นอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับในไตรมาส 1/51 และไตรมาส 4/51 เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำหรับบริการลูกค้ากลุ่ม CBS นี้ค่อนข้างสูง กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค ร้อยละการ ร้อยละการ ไตรมาส ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ล้านบาท 1/52 1/51 จาก ไตรมาส 4/51 จาก ไตรมาส 1/51 4/51 รายได้จากการขาย 1,122 1,145 (2.0) 1,058 6.0 กำไรสุทธิ 84 137 (38.7) 152 (44.7) ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 7.5 12.0 14.4 ในไตรมาส 1/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิคมียอดขายอยู่ที่ 1,122 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/51 แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 จากไตรมาส 4/51 กำไรสุทธิที่ 84 ล้าน บาท ลดลงร้อยละ 38.7 จากไตรมาส 1/51 และร้อยละ 44.7 จากไตรมาส 4/51 แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว ยอดขายของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ยังคงการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากไตรมาส 1/51 และไตรมาส 4/51 จากยอดขายยาและเครื่องใช้ในการแพทย์ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายการตลาดและโฆษณาได้มีการเพิ่มขึ้น จึงทำให้กำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิคนั้น ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการตกต่ำของเศรษฐกิ จ เนื่องจากผู้บริโภค และภาคอุตสาหกรรมชะลอการซื้อ ยอดขายปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนจากธุรกิ จ จำหน่ายเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมเป็นหลัก แต่มีการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน กลุ่มสินค้าเครื่องเขียน และกราฟฟิกก็ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษกิจเนื่องจากผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปซื้อสินค้าที่ ราคาต่ำกว่า รายการหลักในงบกำไรขาดทุนประจำไตรมาส 1 ปี 2552 ร้อยละการ ร้อยละการ ไตรมาส ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ล้านบาท 1/52 1/51 จาก ไตรมาส 4/51 จาก ไตรมาส 1/51 4/51 รายได้จากการขายและให้บริการ 5,576 5,419 2.9 5,677 (1.8) รายได้อื่น 106 97 9.3 68 55.9 รายได้รวม 5,682 5,516 3.0 5,745 (1.1) ต้นทุนขาย 4,451 4,139 7.5 4,965 (10.4) กำไรขั้นต้น 1,125 1,280 (12.1) 712 58.1 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 945 964 (2.0) 561 68.4 กำไรจากการดำเนินงาน 286 413 (30.8) 219 30.9 ต้นทุนทางการเงิน 64 52 23.1 62 2.6 ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ 14 25 (44.0) 16 (10.8) กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 236 386 (38.9) 172 37.4 ภาษีเงินได้ 55 82 (32.9) 25 119.1 กำไรสุทธิประจำไตรมาส 181 304 (40.5) 147 23.4 ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ : ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (23) 37 (162.2) 27 (185.2) ผู้ถือหุ้นของบริษัท 204 267 (23.6) 120 70.0 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา 612 697 (12.1) 536 14.3 (ร้อยละการ (ร้อยละการ ไตรมาส ไตรมาส เปลี่ยนแปลง) ไตรมาส เปลี่ยนแปลง) อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ (ร้อยละ) 1/52 1/51 จาก ไตรมาส 4/51 จากไตรมาส 1/51 4/51 อัตรากำไรขั้นต้น 20.2 23.6 (344) 12.5 764 คชจ.ในการขายและบริหารต่อยอดขาย 16.9 17.8 (84) 9.9 706 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 5.1 7.6 (249) 3.8 128 อัตรากำไรสุทธิ 3.7 4.9 (127) 2.1 154 อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา 11.0 12.9 (188) 9.4 154 รายได้จากการขายและให้บริการ รายได้จากการขายและให้บริการของบริษัทโดยรวมอยู่ที่ 5,576 ล้านบาทในไตรมาส 1/52 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.9 จากไตรมาส 1/51 แต่ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/51 กลุ่มสินค้าและบริการ ทางอุตสาหกรรม ยังคงเป็นกลุ่มสร้างรายได้หลัก โดยที่มีสัดส่วนยอดขายของกลุ่มต่อยอดขายทั้งหมดที่กว่า ร้อยละ 47 และเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตของยอดขายมากที่สุดจากไตรมาส 1/51 โดยมีการเติบโตร้อยละ 7.2 ส่วนกลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมมีการเติบโตของยอดขายมากที่สุดจากไตรมาส 4/51 โดยมีการ เติบโต ร้อยละ 9.9 อัตรากำไรขั้นต้น กำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/52 ที่ 1,125 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 12.1 จากไตรมาส 1/51 เนื่องจาก ธุรกิจแก้วและกระป๋องอะลูมิเนียม อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/51 กำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อย ละ 58.1 เนื่องจากราคาวัตถุดิบ อาทิ โซดาแอช, เยื่อกระดาษ, และราคาพลังงาน มีการปรับตัวลดลง และมี การผันผวนที่น้อยกว่าเมื่อปลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/51 ได้รับผลกระทบจากผล การขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงโดยการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงล่วงหน้า อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 20.2 ซึ่งแม้ว่ามีการปรับตัวลดลงจากร้อยละ 23.6 ในไตรมาส 1/51 แต่ ปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/51 ที่ร้อยละ 12.5 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตรากำไรขั้นต้น ได้ปรับตัวใน ทิศทางเพิ่มขึ้นและเริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติของบริษัท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 1/52 อยู่ที่ 945 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.0 จากไตรมาส 1/51 เพิ่มขึ้นร้อยละ 68.4 จากไตรมาส 4/51 ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษในไตรมาสนี้คือ ค่าการตั้งสำรอง การด้อยค่าของสิ นค้าคงคลัง ซึ่งหากไม่รวมผลจากการตั้ งสำ รองนี้ แล้ว ค่ ใช้จ่า ยในการขายและบริหารใน ไตรมาส 1/52 จะลดลงทั้งจากไตรมาส 1/51 และจากไตรมาส 4/51 เมื่อคิดเป็นอัตราส่วนต่อยอดขายแล้ว ใน ไตรมาส 1/52 อัตราส่วนต่อยอดขายอยู่ที่ร้อยละ 16.9 ลดลงจากร้อยละ 17.8 ในไตรมาส 1/51 แต่เพิ่มจาก ร้อยละ 9.9 ในไตรมาส 4/51 ทั้งนี้ โดยปกติแล้วไตรมาส 4 เป็นไตรมาสที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่ำ กว่าไตรมาสอื่นเป็นปกติ กำไรสุทธิ กำไรสุทธิหลังหักกำไรของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในไตรมาส 1/52 อยู่ที่ 204 ล้านบาทลดลงร้อยละ 23.6 จากไตรมาส 1/51 แต่ปรับเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 70.0 จากไตรมาส 4/51 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ อัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 3.7 ในไตรมาส 1/52 นี้ลดลงจากร้อยละ 4.9 ในไตรมาส 1/51 แต่ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.1 ในไตรมาส 4/51 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน เท่า ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 1/51 2/51 3/51 4/51 1/52 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 1.10 1.10 1.16 1.16 1.08 อัตราส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.55 0.56 0.62 0.63 0.60 อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.60 เท่า ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 4/51 ที่ 0.63 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฐานนะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และอัตราหนี้สินที่มี ดอกเลี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงต่ำกว่าระดับที่บริษัทกำหนดไว้ในการออกหุ้นกู้ที่ 1.75 เท่าอยู่มาก อัตราส่วนที่ลดลงนี้เป็นผลมาจากการลดลงของภาระหนี้สินของบริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน จำกัด, อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย, เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เซลล็อกซ์ และเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ฟูดส์ จึงเรียนมาเพื่อทราบ ขอแสดงความนับถือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ธีรศักดิ์ นาทีกาญจนลาภ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการ กรรมการ