SET Announcements
21 May 2009
แก้ไขข้อมูลใน MD & A ไตรมาส 1 ปี 2552
วันที่ 20 พฤษภาคม 2552
เรื่อง แจ้งแก้ไขข้อมูลในคำอธิบายและการวิเคราะห์งบการเงิน สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2552
เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ้างถึง คำอธิบายและการวิเคราะห์งบการเงิน สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2552
ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2552
สิ่งที่ส่งมาด้วย คำอธิบายและการวิเคราะห์งบการเงิน สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2552
ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 (ฉบับแก้ไข)
ตามที่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ได้นำส่งคำอธิบายและการวิเคราะห์งบการเงินสำหรับผลการ
ดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2552 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2552 นั้น
บริษัทขอแจ้งแก้ไขข้อมูล ดังนี้
1. กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม หน้าที่ 2 ตารางที่ 1
ข้อความเดิม: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงของกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2552 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2551 = (87.7)
แก้ไขเป็น: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงของกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2552 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2551 = 87.7
2. กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม หน้าที่ 2 ย่อหน้าที่ 2
ข้อความเดิม: ไตรมาส 1/52 นี้มียอดขาดทุนสุทธิซึ่งน้อยลงจากที่มีกำไรในไตรมาส 1/51 แต่ระดับขาดทุนสุทธิ
อยู่ที่ใกล้เคียงกับในไตรมาส 4/51 ซึ่งเหตุผลหลักคือผลประกอบการที่ลดลงของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋อง
แก้ไขเป็น: ไตรมาส 1/52 นี้มียอดขาดทุนสุทธิซึ่งน้อยลงจากที่มีกำไรในไตรมาส 1/51 ซึ่งเหตุผลหลักคือผล
ประกอบการที่ลดลงของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋อง อย่างไรก็ตาม ยอดขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงเป็นอย่างมาก
เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขาดทุนสุทธิไตรมาสที่ 4/51 เนื่องจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว มีผลประกอบการที่ดีขึ้น จากการ
ที่ราคาวัตถุดิบและพลังงานปรับตัวลดลง
3. กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค หน้าที่ 3 ย่อหน้าที่ 1 บรรทัดที่ 4
ข้อความเดิม: ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ลดลงนั้น อาทิ เยื่อกระดาษ
แก้ไขเป็น: ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ลดลงนั้น อาทิ หัวมันฝรั่ง
4. รายได้จากการขายและให้บริการ หน้าที่ 4 บรรทัดที่ 5
ข้อความเดิม: กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม
แก้ไขเป็น: กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
ธีรศักดิ์ นาทีกาญจนลาภ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล
กรรมการ กรรมการ
วันที่ 20 พฤษภาคม 2552
เรื่อง คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 1/2552 (ฉบับแก้ไข)
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สรุปผลประกอบการทางการเงินในไตรมาส 1 ปี 2552
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) มียอดขายรวมในไตรมาส 1/52 ที่ 5,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ
2.9 จากไตรมาส 1/51 แต่ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/51 สำหรับในไตรมาส 1/52 นี้ กำไร
สุทธิ และกำไรจากการดำเนินงาน ลดลงจากไตรมาส 1/51 แต่มีการเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้นมากจากไตรมาส 4/51 ที่
ผ่านมา กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท อยู่ที่ 204 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 70.0 จากไตรมาส 4/51 และอัตรา
กำไรสุทธิเพิ่มจากร้อยละ 2.1 ในไตรมาส 4/51 เป็นร้อยละ 3.7 ในไตรมาสนี้
ในวันที่ 1 มกราคม 2552 ทางบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่
โดยได้มีการแบ่งสายธุรกิจหลักออกเป็น 5 สายธุรกิจหลักได้แก่ 1) กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม 2) กลุ่ม
สินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค 3) กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ 4) กลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิค และ
5) กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ
ข้อมูลยอดขายของแต่ละกลุ่มธุกิจแสดงให้เห็นดังตารางด้านล่าง
ล้านบาท ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ
1/52 1/51 เปลี่ยนแปลง 4/51 เปลี่ยนแปลง
จาก จาก
ไตรมาส ไตรมาส
1/51 4/51
กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม 2,640 2,462 7.2 2,967 (11.0)
กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค 1,776 1,812 (2.0) 1,616 9.9
กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค 1,122 1,145 (2.0) 1,058 6.0
กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ 38 - - 36 6.7
รายได้จากการขายและให้บริการ 5,576 5,419 2.9 5,677 (1.8)
รายได้อื่น 106 97 9.3 68 55.9
รวมรายได้ 5,682 5,516 3.0 5,745 (1.1)
กำไรจากการดำเนินงาน 286 413 (30.8) 219 30.9
อัตราส่วนต่อยอดขาย (ร้อยละ) 5.1 7.6 (32.7) 3.8 33.3
กำไรสุทธิสำหรับงวด 181 304 (40.5) 147 23.4
อัตราส่วนต่อยอดขาย (ร้อยละ) 3.2 5.6 (42.1) 2.6 25.6
ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ
ผู้ถือหุ้นรายย่อย (23) 37 (162.2) 27 (185.2)
ผู้ถือหุ้นของบริษัท 204 267 (23.6) 120 70.0
อัตราส่วนต่อยอดขาย (ร้อยละ) 3.7 4.9 (25.7) 2.1 73.1
หมายเหตุ: เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ในคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ผลประกอบการของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และกลุ่มสินค้าและบริการทาง
เทคนิคจะแสลงยอดรวมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรายงานที่ได้แสดงในอดีต นอกจากนี้ ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศก็ได้แยกออกมาจากกลุ่มสินค้า
แต่ละกลุ่ม
กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม
ร้อยละการ ร้อยละการ
ไตรมาส ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ไตรมาส เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท
1/52 1/51 จาก ไตรมาส 4/51 จาก ไตรมาส
1/51 4/51
รายได้จากการขาย 2,640 2,462 7.2 2,967 (11.0)
กำไรสุทธิ (7) 62 (111.3) (57) 87.7
ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ (0.3) 2.5 (1.9)
ในไตรมาส 1/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมมียอดขายอยู่ที่ 2,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/51 แต่ลดลงร้อยละ 11.0 จากไตรมาส 4/51 เนื่องจากการลดลงของความต้องการโดยรวม
ในตลาดสำหรับกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์กระป๋อง และการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการที่เศรษฐกิจโดยรวม
ชะลอตัว การเติบโตจากไตรมาส 1/51 ดูมีการปรับตัวขึ้นมากเนื่องจากมีการปิดปรับปรุงเตาที่บริษัทอุตสาหกรรมทำ
เครื่องแก้วไทยในไตรมาส 1/51
ไตรมาส 1/52 นี้มียอดขาดทุนสุทธิซึ่งน้อยลงจากที่มีกำไรในไตรมาส 1/51 ซึ่งเหตุผลหลักคือผล
ประกอบการที่ลดลงของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋อง อย่างไรก็ตาม ยอดขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงเป็นอย่างมาก
เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขาดทุนสุทธิไตรมาสที่ 4/51 เนื่องจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว มีผลประกอบการที่ดีขึ้น จากการ
ที่ราคาวัตถุดิบและพลังงานปรับตัวลดลง
นอกเหนือจากการปรับตัวที่อ่อนลงของความต้องการในตลาด กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วยังได้รับผลกระทบ
การการขยายกำลังการผลิตที่มากกว่าความต้องการของตลาดในช่วงปีที่ผ่านมา ยอดขายที่ลดลงอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่ม
ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เบียร์ โซดา และเครื่องดื่มชูกำลัง เมื่อดูจากยอดขายเทียบกันระหว่างไตรมาส 1/52 และ ไตรมาส
1/51 จะพบว่ามีอัตราการเติบโตที่สูงเนื่องจากมีการปิดซ่อมเตาหลอมที่บางพลีเมื่อไตรมาส 1/51 สำหรับกำไรสุทธิ
นั้น มีการเจริญเติบโตจาก ไตรมาส 4/51 เนื่องจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่ลดลงบวกกับมีความคงตัวมากขึ้น
สำหรับกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ยอดขายปรับตัวลดลงตามความต้องการของตลาดเช่นกัน ส่งผลให้มีอัตรา
การผลิต (Utilization Rate) ที่ลดลง นอกจากนี้ต้นทุนของสินค้าราคาที่สูงจากราคาอะลูมิเนียมที่สูงในปีก่อน ส่งผล
ให้ต้องมีการบันทึกการตั้งสำรองการด้อยค่าของสินค้าคงเหลือตามหลักการบัญชี และมีผลทำให้ตัวเลขแสดง
ความสามารถในการทำกำไรที่ลดลง
ในส่วนธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรม และธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสีนั้นยังคงมียอดขายที่เติบโตขึ้น
เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1/51 และไตรมาส 4/51 อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เช่น ค่าขนส่งสำหรับลูกค้าส่งออก
สูงขึ้นเป็นพิเศษ จึงมีผลให้ความสามารถทางการทำกำไรลดลง
กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค
ร้อยละการ ร้อยละการ
ไตรมาส ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ไตรมาส เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท
1/52 1/51 จาก ไตรมาส 4/51 จาก ไตรมาส
1/51 4/51
รายได้จากการขาย 1,776 1,812 (2.0) 1,616 9.9
กำไรสุทธิ 97 82 18.3 68 42.6
ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 5.5 4.5 4.2
ในไตรมาส 1/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภคมียอดขายอยู่ที่ 1,776 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย
ร้อยละ 2.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/51 แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9 จากไตรมาส 4/51 สาเหตุหลักคือ ผลประกอบการที่ดี
ขึ้นมากของผลิตภัณฑ์สบู่นกแก้วและธุรกิจรับจ้างผลิต ความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มมีการพัฒนาในทางที่ดี
ขึ้นเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ และราคาพลังงานที่ต่ำลง รวมทั้งการควบคุมต้นทุน ซึ่งมีผลให้ประสิทธิภาพในการ
ดำเนินงานดีขึ้น
ธุรกิจขนมขบเคี้ยวมียอดขายที่ลดลงจากไตรมาส 1/51 เนื่องจากผู้บริโภคมีการใช้จ่ายต่อครั้งที่ลดลง และมี
การลดจำนวนครั้ ง ในการจั บจ่ายรวมทั้ง ในปีที่ผ่านมานั้น ยอดขายสูงเป็นพิเศษจากความสำเร็จของการออกขาย
เทสโต รสคัลเลอร์ แม็กซ์ บาร์บิคิว แม้ยอดขายจะลดลงจากไตรมาส 1/51 แต่อัตราการเติบโตจากไตรมาส 4/51 นั้น
เป็นที่น่าพอใจโดยอยู่ที่ร้อยละ 20.2 ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ลดลงนั้น อาทิ หัวมันฝรั่ง และน้ำมันปาล์ม บรรจุภัณฑ์ต่างๆ
รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับลดลง ช่วยส่งเสริมให้ความสามารถในการทำกำไรในไตรมาสนี้มีการปรับตัวพัฒนาดีขึ้น
ทางกลุ่มยังคงจะมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจกระดาษทิชชูประสบกับการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น จากการทำการปรับราคาสินค้าอย่างต่อเนื่องของผู้เล่น
ในตลาด อย่างไรก็ตามการที่มีสินค้านวัตกรรมใหม่ อย่างต่อเนื่อง อาทิ เซลล็อกซ์ พิวริฟาย ในตลาดระดับบน
(Premium Segment) และความเป็นผู้นำในตลาดหลัก (Mainstream Market) ของ ซิลค์ ส่งผลให้กลุ่มกระดาษ
โดยรวมมี ผลการดำเนินงานที่ยังเป็นไปในทางที่ดีมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/52 ปรับตัวดีขึ้น จากไตรมาสก่อน
เนื่องจากการที่ราคาพลังงาน และวัตถุดิบ เช่น เยื่อกระดาษปรับลดลง รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพทางด้านการ
ผลิต และการควบคุมต้นทุนที่ได้ผล
ผลิตภัณฑ์สบู่นกแก้ว และธุรกิจรับจ้างผลิต มีผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อ ยละ 18.7
จากไตรมาส 1/51 และร้อยละ 12.9 จากไตรมาส 4/51 การเติบโตที่ดีนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของ
สบู่นกแก้ว ที่ได้เริ่มทำตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา และการพัฒนากลิ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจรับจ้างผลิตก็มีการปรับตัวที่
ดีขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาร่างกาย (Personal Care Product) นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบ เช่น บรรจุภัณฑ์
รวมถึงพลังงานต่างๆที่ใช้ในการผลิต ได้มีการปรับตัวลง ซึ่งเป็นผลดีกับความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจสบู่และ
รับจ้างผลิตโดยรวม
ธุรกิจโลจิสติกส์มีรายได้ในไตรมาส 1/52 สูงขึ้นเมื่อเทียบกับทั้ง ไตรมาส 1/51 และไตรมาส 4/51
เนื่อ งจากรายได้ จากการบริการลูกค้านำ เข้า ส่งออกที่ ผ่านพิธีการทางศุลการกร (Custom Brokerage Services
"CBS") เพิ่มสูงขึ้นสำหรับกำไรนั้น อยู่ในระดั บที่ใกล้เคียงกันกับในไตรมาส 1/51 และไตรมาส 4/51 เนื่องจาก
ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการลูกค้ากลุ่ม CBS นี้ค่อนข้างสูง
กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค
ร้อยละการ ร้อยละการ
ไตรมาส ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ไตรมาส เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท
1/52 1/51 จาก ไตรมาส 4/51 จาก ไตรมาส
1/51 4/51
รายได้จากการขาย 1,122 1,145 (2.0) 1,058 6.0
กำไรสุทธิ 84 137 (38.7) 152 (44.7)
ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 7.5 12.0 14.4
ในไตรมาส 1/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิคมียอดขายอยู่ที่ 1,122 ล้านบาท ลดลงร้อย
ละ 2.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/51 แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 จากไตรมาส 4/51 กำไรสุทธิที่ 84 ล้านบาท ลดลงร้อยละ
38.7 จากไตรมาส 1/51 และร้อยละ 44.7 จากไตรมาส 4/51
แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว ยอดขายของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ยังคงการเติบโตต่อเนื่องทั้งจาก
ไตรมาส 1/51 และไตรมาส 4/51 จากยอดขายยาและเครื่ อ งใช้ ใ นการแพทย์ ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่าย
การตลาดและโฆษณาได้มีการเพิ่มขึ้น จึงทำให้กำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย
สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิคนั้น ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการตกต่ำของเศรษฐกิจ เนื่องจาก
ผู้บริโภค และภาคอุตสาหกรรมชะลอการซื้อยอดขายปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปี ก่อนจากธุรกิจ
จำหน่ายเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมเป็นหลัก แต่มีการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน กลุ่มสินค้าเครื่องเขียนและ
กราฟฟิกก็ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเนื่องจากผู้บริโ ภคมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปซื้อสินค้าที่ราคาต่ำกว่า
รายการหลักในงบกำไรขาดทุนประจำไตรมาส 1 ปี 2552
ร้อยละการ ร้อยละการ
ไตรมาส ไตรมาส เปลี่ยนแปลง ไตรมาส เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท
1/52 1/51 จาก ไตรมาส 4/51 จาก ไตรมาส
1/51 4/51
รายได้จากการขายและให้บริการ 5,576 5,419 2.9 5,677 (1.8)
รายได้อื่น 106 97 9.3 68 55.9
รายได้รวม 5,682 5,516 3.0 5,745 (1.1)
ต้นทุนขาย 4,451 4,139 7.5 4,965 (10.4)
กำไรขั้นต้น 1,125 1,280 (12.1) 712 58.1
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 945 964 (2.0) 561 68.4
กำไรจากการดำเนินงาน 286 413 (30.8) 219 30.9
ต้นทุนทางการเงิน 64 52 23.1 62 2.6
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ 14 25 (44.0) 16 (10.8)
กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 236 386 (38.9) 172 37.4
ภาษีเงินได้ 55 82 (32.9) 25 119.1
กำไรสุทธิประจำไตรมาส 181 304 (40.5) 147 23.4
ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ :
ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (23) 37 (162.2) 27 (185.2)
ผู้ถือหุ้นของบริษัท 204 267 (23.6) 120 70.0
กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา 612 697 (12.1) 536 14.3
(ร้อยละการ (ร้อยละการ
ไตรมาส ไตรมาส เปลี่ยนแปลง) ไตรมาส เปลี่ยนแปลง)
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ (ร้อยละ)
1/52 1/51 จาก ไตรมาส 4/51 จาก ไตรมาส
1/51 4/51
อัตรากำไรขั้นต้น 20.2 23.6 (344) 12.5 764
คชจ.ในการขายและบริหารต่อยอดขาย 16.9 17.8 (84) 9.9 706
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 5.1 7.6 (249) 3.8 128
อัตรากำไรสุทธิ 3.7 4.9 (127) 2.1 154
อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา 11.0 12.9 (188) 9.4 154
รายได้จากการขายและให้บริการ
รายได้จากการขายและให้บริการของบริษัทโดยรวมอยู่ที่ 5,576 ล้านบาทในไตรมาส 1/52 เพิ่มขึ้นร้อยละ
2.9 จากไตรมาส 1/51 แต่ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/51 กลุ่มสินค้าและบริการทาง
อุตสาหกรรม ยังคงเป็นกลุ่มสร้างรายได้หลัก โดยที่มีสัดส่วนยอดขายของกลุ่มต่อยอดขายทั้งหมดที่กว่าร้อยละ 47
และเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตของยอดขายมากที่สุดจากไตรมาส 1/51 โดยมีการเติบโตร้อยละ 7.2 ส่วนกลุ่มสินค้าและ
บริการทางอุปโภคบริโภคมีการเติบโตของยอดขายมากที่สุดจากไตรมาส 4/51 โดยมีการเติบโต ร้อยละ 9.9
อัตรากำไรขั้นต้น
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/52 ที่ 1,125 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 12.1 จากไตรมาส 1/51 เนื่องจากธุรกิจแก้ว
และกระป๋องอะลูมิเนียม อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/51 กำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 58.1 เนื่องจาก
ราคาวัตถุดิบ อาทิ โซดาแอช, เยื่อกระดาษ, และราคาพลังงาน มีการปรับตัวลดลง และมีการผันผวนที่น้อยกว่าเมื่อ
ปลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/51 ได้รับผลกระทบจากผลการขาดทุนจากการป้องกันความ
เสี่ยงโดยการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงล่วงหน้า
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 20.2 ซึ่งแม้ว่ามีการปรับตัวลดลงจากร้อยละ 23.6 ในไตรมาส 1/51 แต่ปรับตัว
ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/51 ที่ร้อยละ 12.5 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตรากำไรขั้นต้นได้ปรับตัวในทิศทางเพิ่มขึ้นและ
เริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติของบริษัท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 1/52 อยู่ที่ 945 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.0 จากไตรมาส 1/51
เพิ่มขึ้นร้อยละ 68.4 จากไตรมาส 4/51 ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษในไตรมาสนี้คือ ค่าการตั้งสำรองการด้อยค่าของ
สินค้าคงคลัง ซึ่งหากไม่รวมผลจากการตั้งสำรองนี้แล้ว ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 1/52 จะลดลงทั้ง
จากไตรมาส 1/51 และจากไตรมาส 4/51 เมื่อคิดเป็นอัตราส่วนต่อยอดขายแล้ว ในไตรมาส 1/52 อัตราส่วนต่อ
ยอดขายอยู่ที่ร้อยละ 16.9 ลดลงจากร้อยละ 17.8 ในไตรมาส 1/51 แต่เพิ่มจากร้อยละ 9.9 ในไตรมาส 4/51 ทั้งนี้
โดยปกติแล้วไตรมาส 4 เป็นไตรมาสที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่ำกว่าไตรมาสอื่นเป็นปกติ
กำไรสุทธิ
กำไรสุทธิหลังหักกำไรของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในไตรมาส 1/52 อยู่ที่ 204 ล้านบาทลดลงร้อยละ 23.6 จาก
ไตรมาส 1/51 แต่ปรับเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 70.0 จากไตรมาส 4/51 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับอัตรากำไร
ขั้นต้น อัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 3.7 ในไตรมาส 1/52 นี้ลดลงจากร้อยละ 4.9 ในไตรมาส 1/51 แต่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ
2.1 ในไตรมาส 4/51
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน
เท่า ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส
1/51 2/51 3/51 4/51 1/52
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 1.10 1.10 1.16 1.16 1.08
อัตราส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.55 0.56 0.62 0.63 0.60
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.60 เท่า ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 4/51 ที่
0.63 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฐานนะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และอัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้
ถือหุ้นยังคงต่ำกว่าระดับที่บริษัทกำหนดไว้ในการออกหุ้นกู้ที่ 1.75 เท่าอยู่มาก อัตราส่วนที่ลดลงนี้เป็นผลมาจากการ
ลดลงของภาระหนี้ สิน ของบริษัท ไทย เบเวอร์ เรจ แคน จำกั ด, บริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย จำกั ด
(มหาชน), บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เซลล็อกซ์ จำกัด และบริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ฟูดส์ จำกัด
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
ธีรศักดิ์ นาทีกาญจนลาภ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล
กรรมการ กรรมการ



