SET Announcements
13 August 2009
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการ Q2
วันที่ 13 สิงหาคม 2552
เรื่อง คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 2/2552
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สรุปผลประกอบการทางการเงินในไตรมาส 2 ปี 2552
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) มียอดขายรวมในไตรมาส 2/52 ที่ 5,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อย
ละ 1.9 จากไตรมาส 2/51 แต่ลดลงร้อยละ 2.5 จากไตรมาส 1/52 แม้ยอดขายจะลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา กำไร
สุทธิในไตรมาส 2/52 มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก กำไรจากการดำเนินงานที่ 390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.4
จากไตรมาส 1/52 และกำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ 272 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.3 จาก
ไตรมาส 1/52
ข้อมูลยอดขายของแต่ละกลุ่มธุกิจแสดงให้เห็นดังตารางด้านล่าง:
(ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ
2/52 2/51 เปลี่ยนแปลงจาก 1/52 เปลี่ยนแปลงจาก
ไตรมาส 2/51 ไตรมาส 1/52
กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม 2,431 2,499 (2.7) 2,640 (7.9)
กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค 1,781 1,739 2.4 1,776 0.3
กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค 1,128 1,084 4.1 1,122 0.5
กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ 94 10 840.0 38 147.4
รายได้จากการขายและให้บริการ 5,434 5,332 1.9 5,576 (2.5)
รายได้อื่น 49 76 (35.5) 83 (41.0)
รวมรายได้ 5,483 5,409 1.4 5,659 (3.1)
กำไรจากการดำเนินงาน 390 633 (38.4) 286 36.4
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (ร้อยละ) 7.1 11.7 (4.6) 5.1 2.0
กำไรสุทธิสำหรับงวด 269 461 (41.6) 181 48.6
อัตรากำไรสุทธิ (ร้อยละ) 4.9 8.5 (3.6) 3.2 1.7
ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ
ผู้ถือหุ้นรายย่อย (3) 55 (105.5) (23) 87.0
ผู้ถือหุ้นของบริษัท 272 406 (33.0) 204 33.3
อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้น 5.0 7.6 (2.6) 3.7 1.3
ของบริษัท (ร้อยละ)
หมายเหตุ:
1) เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ในคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ผลประกอบการของกลุ่มสินค้าและบริการ
ทางเวชภัณฑ์และกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิคจะแสดงยอดรวมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรายงานที่ได้
แสดงในอดีต นอกจากนี้ ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศก็ได้แยกออกมาจากกลุ่มสินค้าและบริการแต่ละ
กลุ่ม
2) ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 2/51 และจากไตรมาส 1/52 ของอัตรากำไรจากการ
ดำเนินงานอัตรากำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทคำนวณจากการหักลบไตรมาส 2/51
และไตรมาส 1/52 จากไตรมาส 2/52
กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม
(ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ
2/52 2/51 เปลี่ยนแปลงจาก 1/52 เปลี่ยนแปลงจาก
ไตรมาส 2/51 ไตรมาส 1/52
รายได้จากการขาย 2,431 2,499 (2.7) 2,640 (7.9)
กำไรสุทธิ 76 217 (65.0) (7) 1,185.7
ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 3.1 8.7 (5.6) (0.3) 3.4
หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 2/51 และจากไตรมาส 1/52 ของอัตรากำไร
สุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 2/51 และไตรมาส 1/52 จากไตรมาส 2/52
ในไตรมาส 2/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมมียอดขายอยู่ที่ 2,431 ล้านบาท ลดลงร้อยละ
2.7 จากไตรมาส 2/51 และลดลงร้อยละ 7.9 จากไตรมาส 1/52 การลดลงของยอดขายมีสาเหตุหลักมาจาก
ยอดขายที่ลดลงอย่างมากของธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี กำไรสุทธิไตรมาส 2/52 อยู่ที่ 76 ล้านบาท
ลดลงร้อยละ 65.0 จากไตรมาส 2/51 แต่ปรับตัวจากการขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1/52 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากกำไร
สุทธิที่ดีขึ้นของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องอะลูมิเนียม
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะตลาดบรรจุภัณฑ์เบียร์และเครื่องดื่มชูกำลัง ยอดขายของกลุ่ม
บรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับไตรมาส 1/52 ในส่วน
ของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/51 ปรับตัวลดลง โดยสาเหตุมาจาก ต้นทุนในการควบคุมคุณภาพสินค้า
เพิ่มขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
และราคาวัตถุดิบหลัก เช่น โซดาแอช และเศษแก้วอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้อัตราการใช้กำลัง
การผลิตโดยรวม (Capacity Utilization Rate) ลดลงเนื่องจากเตาหลอมแห่งใหม่ที่บางพลี (BP5) เริ่มใช้งานใน
เดือนมิถุนายน 2551 แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/52 กำไรสุทธิมีการปรับตัวที่ดีขึ้นมาก เนื่องจากอัตราการใช้กำลัง
การผลิตโดยรวม (Capacity Utilization Rate) ที่เพิ่มขึ้น บวกกับประสิทธิภาพในการผลิต และค่าใช้จ่าย เช่น ค่า
จัดเก็บสินค้าคงคลังที่ลดลง
สำหรับกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระป๋องนั้นมียอดขายที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากการลดลงของ
ความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นไปตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส
1/52 แล้ว ยอดขายภายในประเทศมีการปรับตัวสูงขึ้น ทางด้านกำไรนั้น กำไรสุทธิในไตรมาส 2/52 ต่ำกว่าไตรมาส
2/51 เนื่องจากต้นทุนของของสินค้าที่ยังคงสูงจากการซื้ออะลูมิเนียมล่วงหน้าตั้งแต่ไตรมาส 4/51 ที่ผ่านมา แต่
ปัจจุบัน ราคาอะลูมิเนียม (LME price) ได้ปรับตัวต่ำลงกว่าราคาที่ซื้อล่วงหน้า ทั้งนี้การปรับตัวลงของราคา
อะลูมิเนียม ได้ส่งผลให้บริษัทต้องปรับราคาขายลงเพื่อคงความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่งมีผลกระทบต่ออัตรา
กำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/52 กำไรสุทธิในไตรมาส 2/52 ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากอัตราการ
ใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับในไตรมาสที่ผ่านมามีการบันทึกการตั้งสำรองการด้อยค่าของสินค้าคงเหลือ
ตามหลักการบัญชี 31 ล้านบาท
สำหรับธุรกิจอื่นในกลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมนั้น ธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรม ยังคงมียอดขาย
ที่ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาส 1/52 ในขณะที่ธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสีมียอดขายที่ลดลงอย่างมาก
เนื่องจากลูกค้าชะลอโครงการจากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มในไตรมาส 2/52 ไปเป็นไตรมาส 3/52
กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค
(ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ
2/52 2/51 เปลี่ยนแปลงจาก 1/52 เปลี่ยนแปลงจาก
ไตรมาส 2/51 ไตรมาส 1/52
รายได้จากการขาย 1,781 1,739 2.4 1,776 0.3
กำไรสุทธิ 96 76 26.3 97 (1.0)
ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 5.4 4.4 1.0 5.5 (0.1)
หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 2/51 และจากไตรมาส 1/52 ของอัตรากำไร
สุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 2/51 และไตรมาส 1/52 จากไตรมาส 2/52
ในไตรมาส 2/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภคมียอดขายอยู่ที่ 1,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ
2.4 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/51 และร้อยละ 0.3 จากไตรมาส 1/52 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.3 จากไตรมาส
2/51 แต่ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.0 จากไตรมาส 1/52
แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวและผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ธุรกิจขนมขบเคี้ยวยังคงสามารถทำ
ยอดขายได้เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/52 โดยเฉพาะอย่ งยิ่งในกลุ่มขนมปาร์ตี้ ไม่ว่ จะเป็นรสคาราเมลดั้งเดิม รส
ครองแครง และรสกล้วย อ้ตราการเจริญเติบโตของยอดขายปาร์ตี้เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 25 จากไตรมาส 2/51
นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทมีการออกสินค้าใหม่ คือ เทสโต ลาติโน คัลเลอร์ มันฝรั่งทอดกรอบ
พิเศษที่จะมีการจัดจำหน่ายในระยะเวลาจำกัดเพียง 3 เดือน ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างน่าพอใจ อย่างไรก็ตามใน
ส่วนของกำไรของธุรกิจขนมขบเคี้ยวได้รับผลกระทบจากการแข่งขันทางด้านราคา และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโฆษณาและ
กิจกรรมทางการตลาดที่สูงขึ้น
ยอดขายธุรกิจกระดาษทิชชูทรงตัวจากไตรมาส 1/52 เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงการชะลอตัวของ
เศรษฐกิจ ทางบริษัทได้ทำการออกสินค้าใหม่และปรับปรุงรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ อาทิ กระดาษทิชชูเมโลน่า ฟัน
แอนด์สไตล์ ซึ่งได้ออกจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ในขณะเดียวกันเซลล็อกซ์ พิวริฟาย ซึ่งได้ทำการออกจำหน่าย
ในไตรมาส 1/52 ยังคงมีการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่องในไตรมาสนี้ กำไรสุทธิในไตรมาส 2/52 เพิ่มขึ้น
อย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากประสิทธิภาพในการผลิตที่เพิ่มขึ้น การควบคุมต้นทุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงราคาเยื่อกระดาษที่ปรับตัวลง
ทางด้านผลิตภัณฑ์สบู่นกแก้วและธุรกิจรับจ้างผลิตยังคงมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การตอบ
รับที่ดีจากกิจกรรมการสร้างแบรนด์สบู่นกแก้วซึ่งเริ่มตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมายังคงส่งผลให้ยอดขายเติบโตต่อเนื่องไม่
ว่าจะเป็นในส่วนของสบู่ก้อนและสบู่เหลว สำหรับสบู่ก้อนนั้น การเติบโตของยอดขายถือว่าเป็นที่น่าพอใจเป็นพิเศษ
เนื่ องจากตลาดสบู่ก้ อนโดยรวมหดตัวสำหรับทางด้านธุรกิจรับจ้างผลิตยอดขายของกาโตะมี การเติบโตอย่าง
ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/52 ทางบริษัทยังได้รับความไว้วางใจในการผลิต ขายและทำการตลาดสินค้าคิริน
ทีเบรกซึ่งคาดว่าจะมีการเติบโตที่น่าพอใจในอนาคต ส่วนทางด้านความสามารถในการทำกำไรนั้น ยังคงมีการเติบ
โตอย่างต่อเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ลดลง เช่น ราคาน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์ม
ธุรกิจโลจิสติกส์นั้นมีรายได้อยู่ในระดับใกล้เคียงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/52 ทั้งนี้รายได้จากลูกค้า
ภายนอกบริษัทปรับตัวลดลงบ้าง อย่างไรก็ตาม รายได้จากลูกค้าภายในกลุ่มบริษัท เช่น การส่งออกของกลุ่มธุรกิจ
ต่างประเทศไปยังประเทศเวียดนาม เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้รายได้โดยรวมอยู่ในระดับทรงตัว แต่หากดูทางด้าน
กำไรสุทธินั้น จะพบว่ามีระดับที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจโดยมีการปรับต้วเพิ่มมากกว่าร้อยละ 20 จากไตรมาส 1/52
เนื่องจากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค
(ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ
2/52 2/51 เปลี่ยนแปลงจาก 1/52 เปลี่ยนแปลงจาก
ไตรมาส 2/51 ไตรมาส 1/52
รายได้จากการขาย 1,128 1,084 4.1 1,122 0.5
กำไรสุทธิ 116 115 0.9 84 38.1
ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 10.3 10.6 (0.3) 7.5 2.8
หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 2/51 และจากไตรมาส 1/52 ของอัตรากำไร
สุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 2/51 และไตรมาส 1/52 จากไตรมาส 2/52
ในไตรมาส 2/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิคมียอดขายอยู่ที่ 1,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 4.1 จากไตรมาส 2/51 และร้อยละ 0.5 จากไตรมาส 1/52 กำไรสุทธิอยู่ที่ 116 ล้านบาท อยู่ในระดับ
ใกล้เคียงกันกับไตรมาส 2/51 แต่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 38.1 จากไตรมาส 1/52 อัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 10.3 อยู่ใน
ระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 2/51 เช่นกัน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากร้อยละ 7.5 ในไตรมาส 1/52
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ยังคงมียอดขายที่เพิ่มขึ้นจากช่วง
เดียวกันของปีที่ผ่านมาและลดลงเพียงเล็กน้อยจากไตรมาส 1/52 ในขณะที่กำไรสุทธินั้นเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส
เดียวกันของปีที่ผ่านมาและไตรมาส 1/52 จากสัดส่วนยอดขายที่เพิ่มขึ้นของสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงในกลุ่มสินค้า
เครื่องมือและระบบวินิจฉัยทางการแพทย์ และกลุ่มเครื่องมือแพทย์
กลุ่มสินค้า และบริการทางเทคนิคมียอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่
ไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซาในไตรมาส 2/52 ในส่วนของกำไรสุทธิมีการ
เปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกับยอดขายโดยอยู่ในระดับตำกว่าไตรมาส 2/51 แต่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก
ไตรมาสก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนและเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม
รายการหลักในงบกำไรขาดทุนประจำไตรมาส 2 ปี 2552
(ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ
2/52 2/51 เปลี่ยนแปลง 1/52 เปลี่ยนแปลง
จาก จาก
ไตรมาส ไตรมาส
2/51 1/52
รายได้จากการขายและให้บริการ 5,434 5,332 1.9 5,576 (2.5)
รายได้อื่น 49 76 (35.5) 83 (41.0)
รายได้รวม 5,483 5,409 1.4 5,659 (3.1)
ต้นทุนขาย 4,102 3,897 5.3 4,451 (7.8)
กำไรขั้นต้น 1,332 1,435 (7.2) 1,125 18.4
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 991 879 12.7 922 7.5
กำไรจากการดำเนินงาน 390 633 (38.4) 286 36.4
ต้นทุนทางการเงิน 56 53 5.7 64 (12.5)
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ 26 21 23.8 14 85.7
กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 360 601 (40.1) 236 52.5
ภาษีเงินได้ 90 140 (35.7) 55 63.6
กำไรสุทธิประจำไตรมาส 269 461 (41.6) 181 48.6
ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ :
ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (3) 55 (105.5) (23) 87.0
ผู้ถือหุ้นของบริษัท 272 406 (33.0) 204 33.3
กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา 733 907 (19.2) 612 19.8
ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ
2/52 2/51 เปลี่ยนแปลง 1/52 เปลี่ยนแปลง
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ (ร้อยละ) จาก จาก
ไตรมาส ไตรมาส
2/51 1/52
อัตรากำไรขั้นต้น 24.5 26.9 (2.4) 20.2 4.3
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย 18.2 16.5 1.7 16.5 1.7
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 7.1 11.7 (4.6) 5.1 2.0
อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท 5.0 7.6 (2.6) 3.7 1.3
อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา 13.4 16.8 (3.4) 10.8 2.6
หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 2/51 และจากไตรมาส 1/52 ของอัตรากำไร
ขั้นต้นค่าใช้จ่ายในการขายและบริห รต่อยอดขาย อัตรากำไรจากการดำเนินงานอัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษี
สำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทและอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา คำนวณจากการหักลบไตรมาส
2/51 และไตรมาส 1/52 จากไตรมาส 2/52
รายได้จากการขายและให้บริการ
รายได้จากการขายและให้บริการของบริษัทในไตรมาส 2/52 โดยรวมอยู่ที่ 5,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ
1.9 จากไตรมาส 2/51 แต่ลดลงร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม
ยังคงเป็นกลุ่มสร้างรายได้หลัก โดยมีสัดส่วนยอดขายของกลุ่มต่อยอดขายทั้งหมดกว่าร้อยละ 45 ในไตรมาสนี้
รายได้จากการขายและให้บริการของทุกกลุ่มยกเว้นกลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม มีการปรับตัวสูงขึ้นทั้ง
จากไตรมาส 2/51 และจากไตรมาส 1/52
อัตรากำไรขั้นต้น
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/52 อยู่ที่ 1,332 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7.2 จากไตรมาส 2/51 แต่ปรับเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 18.4 จากไตรมาส 1/52 การลดลงของอัตรากำไรขั้ นต้นจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาเนื่องจากผลการ
ดำเนินงานของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องอะลูมิเนียมที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส
1/52 โดยภาพรวมแล้วทุกกลุ่มธุรกิจมีผลกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น
สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นนั้นอยู่ที่ร้อยละ 24.5 ลดลงจากร้อยละ 26.9 ในไตรมาส 2/51 นั้น ได้มีการปรับตัว
เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากร้อยละ 20.2 ในไตรมาส 1/52 และร้อยละ 12.5 ในไตรมาส 4/51 ซึ่งแนวโน้มดังกล่าว
แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทที่ปรับตัวในทิศทางที่เพิ่มขึ้น กลับเข้าสู่ระดับปกติของบริษัท
การปรับตัวนี้เป็นผลจากความพยายามของบริษัทในการพัฒนาและแนะนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง การ
พัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนการควมคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 2/52 อยู่ที่ 991 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 จากไตรมาส
2/51 และร้อยละ 7.5 จากไตรมาส 1/52 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นของกลุ่ม
สินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค และค่าใช้จ่ายในการบริหารของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ เมื่อคิดเป็นอัตราส่วนต่อ
ยอดขายแล้ว ในไตรมาส 2/52 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่ร้อยละ 18.2 สูงขึ้นจาก
ร้อยละ 16.5 ในไตรมาส 2/51 และไตรมาส 1/52
กำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท
กำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทในไตรมาส 2/52 อยู่ที่ 272 ล้านบาทลดลงร้อยละ 33.0
จากไตรมาส 2/51 แต่ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.3 จากไตรมาส 1/52 อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของ
บริษัทอยู่ที่ร้อยละ 5.0 ในไตรมาส 2/52 ลดลงจากร้อยละ 7.6 ในไตรมาส 2/51 แต่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.7 ใน
ไตรมาส 1/52
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
(เท่า) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส
2/52 1/52 4/51 3/51 2/51
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 1.08 1.08 1.16 1.16 1.10
อัตราส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.57 0.60 0.63 0.62 0.56
ในไตรมาส 2/52 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.08 เท่า เท่ากับไตรมาส 1/52 ส่วนอัตราส่วน
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.57 เท่า ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 1/52 ที่ 0.60 เท่า ซึ่งแสดง
ให้เห็นว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงต่ำกว่า
ระดั บที่บริษั ท กำ หนดไว้ใ นการออกหุ้นกู้ที่ 1.75 เท่าอยู่มาก อั ตราส่ ว นที่ ลดลงนี้ เป็นผลมาจากการ
ลดลงของภาระหนี้สินของบริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน จำกัด บริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย จำกัด
(มหาชน) บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เซลล็อกซ์ จำกัด และบริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ฟูดส์ จำกัด
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
ธีรศักดิ์ นาทีกาญจนลาภ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล
กรรมการ กรรมการ



