23 February 2010

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ไตรมาสที่ 4/2552 ปี 2552

23 กุมภาพันธ์ 2553 เรื่อง คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 4/2552 และประจำปี 2552 เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปผลประกอบการทางการเงินในไตรมาส 4 ปี 2552 และประจำปี 2552 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) มีความยินดีที่จะประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 4/52 และปี 2552 สำหรับไตรมาส 4/52 บริษัทมียอดขาย 6,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 จากไตรมาส 4/51 และร้อยละ 12.8 จากไตรมาส 3/52 สำหรับปี 2552 บริษัทมียอดขาย 22,799 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จากปี 2551 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4/52 ที่ 691 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 197.8 จากไตรมาส 4/51 และร้อยละ 40.4 จากไตรมาส 3/52 กำไรจากการดำเนินงานในปี 2552 อยู่ที่ 1,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 จากปี 2551 สำหรับกำไรสุทธิประจำไตรมาส 4/52 อยู่ที่ 494 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 222.9 จากไตรมาส 4/51 และ ร้อยละ 39.5 จากไตรมาส 3/52 สำหรับทั้งปี 2552 บริษัทรายงานผลกำไรสุทธิที่ 1,320 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 จากปี 2551 ข้อมูลยอดขายของแต่ละกลุ่มธุกิจแสดงให้เห็นดังตารางด้านล่าง: (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 2552 2551 ร้อยละ ร้อยละ 4/52 4/51 เปลี่ยนแปลง 3/52 เปลี่ยนแปลง การ การ จากไตรมาส จากไตรมาส เปลี่ยน เปลี่ยน 4/51 3/52 แปลง แปลง กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม 3,098 2,962 4.6 2,531 22.4 10,700 10,742 (0.4) (0.4) กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค 1,779 1,622 9.7 1,734 2.6 7,063 6,854 3.0 3.0 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค 1,147 1,047 9.6 1,061 8.1 4,458 4,365 2.1 2.1 กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ 75 36 108.3 61 23.0 276 86 220.9 220.9 กลุ่มธุรกิจสารสนเทศ 76 54 40.7 87 (12.6) 303 196 54.6 54.6 รายได้จากการขายและให้บริการ 6,175 5,721 7.9 5,474 12.8 22,799 22,243 2.5 2.5 รายได้อื่น 60 67 (10.4) 62 (3.2) 271 306 (11.4) (11.4) รวมรายได้ 6,235 5,788 7.7 5,537 12.6 23,070 22,549 2.3 2.3 กำไรจากการดำเนินงาน 691 232 197.8 492 40.4 1,894 1,709 10.8 10.8 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (ร้อยละ) 11.2 4.1 7.1 9.0 2.2 8.3 7.7 0.6 0.6 กำไรสุทธิ 494 153 222.9 354 39.5 1,320 1,256 5.1 5.1 อัตรากำไรสุทธิ (ร้อยละ) 8.0 2.7 5.3 6.5 1.5 5.8 5.6 0.2 0.2 ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ ผู้ถือหุ้นรายย่อย 54 32 68.8 19 184.2 58 173 (66.5) (66.5) ผู้ถือหุ้นของบริษัท 440 121 263.6 336 31.0 1,262 1,083 16.5 16.5 อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้น 7.1 2.1 5.0 6.1 1.0 5.5 4.9 0.7 0.7 ของบริษัท (ร้อยละ) หมายเหตุ: 1) เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ในคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ผลประกอบการของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิคจะ แสดงยอดรวมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรายงานที่ได้แสดงในอดีต นอกจากนี้ ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศก็ได้แยกออกมาจากกลุ่มสินค้าและบริการแต่ ละกลุ่ม 2) ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ของอัตรากำไรจากการดำเนินงาน อัตรากำไรสุทธิ และอัตรากำไรสุทธิหลังหัก ภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท คำนวณจากการหักลบไตรมาส 4/51 และไตรมาส 3/52 จากไตรมาส 4/52 3) ผลประกอบการไตรมาส 4/52 และปี 2552 แสดงหลังการปรับปรุงงบการเงินใหม่ (Financial Restatement) หลังการเข้าซื้อบริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (TCCT) ร้อยละ 17 ของทุนจดทะเบียน ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2552 (ปัจจุบัน BJC ถือหุ้นเป็นสัดส่วนร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน) 1 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 2552 2551 ร้อยละการ 4/52 4/51 เปลี่ยนแปลง 3/52 เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง จากไตรมาส จากไตรมาส 4/51 3/52 รายได้จากการขาย 3,098 2,962 4.6 2,531 22.4 10,700 0,742 (0.4) กำไรสุทธิ 268 (32) nm 127 111.0 432 456 (5.3) ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 8.7 (1.1) nm 5.0 3.6 4.0 4.2 (0.2) หมายเหตุ ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 3/52 ของอัตรากำไรสุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 4/51 และไตรมาส 3/52 จากไตรมาส 4/52 ไตรมาส 4/52 ในไตรมาส 4/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมมียอดขายอยู่ที่ 3,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 จากไตรมาส 4/51 และร้อยละ 22.4 จากไตรมาส 3/52 ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/51 เป็นผลมาจากยอดขายที่ เติบโตขึ้นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋อง และธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี ในขณะที่การเติบโตจากไตรมาส 3/52 เป็นผลจากยอดขายที่เติบโตขึ้นของธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องและธุรกิจ บรรจุภัณฑ์แก้ว กำไรสุทธิในไตรมาส 4/52 อยู่ที่ 268 ล้านบาท ฟื้นตัวจากการขาดทุนในไตรมาส 4/51 และเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 111.0 จากไตรมาส 3/52 อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยอยู่ที่ร้อยละ 8.7 เมื่อเทียบกับอัตราติดลบใน ไตรมาส 4/51 และอัตรากำไรที่ร้อยละ 5.0 ในไตรมาส 3/52 การเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/51 เป็นผลมาจากผลกำไรที่ดี ขึ้นของทุกธุรกิจ ขณะที่การเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/52 เป็นผลมาจากกำไรที่ดีขึ้นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว ธุรกิจบรรจุ ภัณฑ์กระป๋อง และธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วรายงานยอดขายลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 4/51 เนื่องจากความต้องการของตลาด ประเภทเครื่องดื่มลดลง อย่างไรก็ตามยอดขายปรับเพิ่มขึ้นมากจากไตรมาส 3/52 ในทุกกลุ่มสินค้า กำไรสุทธิและ อัตรากำไรสุทธิสูงขึ้นจากการขาดทุนในไตรมาส 4/51 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/52 โดยสาเหตุหลักมาจากการ เพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดลงของราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบหลัก เช่น โซดาแอชและ เศษแก้ว นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการผลิต (good-to-melt) ในไตรมาส 4/52 สูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/51 และ ไตรมาส 3/52 ไตรมาส 4/52 เป็นไตรมาสที่โดดเด่นสำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋อง โดยยอดขายและกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น อย่างมากทั้งจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ยอดขายที่สูงขึ้นจากไตรมาส 4/51 เป็นผลจากปริมาณขายที่ เพิ่มขึ้น ส่วนยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/52 เป็นไปตามฤดูการขาย ในส่วนของกำไรสุทธิ การปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ไตรมาส 4/51 เป็นผลมาจากรายได้จากการขายเศษอลูมิเนียมที่เพิ่มขึ้น ตามราคาขายเศษอลูมิเนียมที่สูงขึ้น ประกอบ กับค่าใช้จ่ายจากการตั้งสำรองการด้อยค่าของสินค้าคงเหลือลดลง ส่วนการปรับตัวที่ดีขึ้นจากไตรมาส 3/52 เป็นผล จากการกลับรายการการด้อยค่าของสินค้าคงเหลือ สำหรับธุรกิจอื่น ยอดขายธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสีเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 4/51 และ ไตรมาส 3/52 ขณะที่กำไรสุทธิฟื้นตัวจากไตรมาส 4/51 และดีขึ้นจากไตรมาส 3/52 ส่วนยอดขายธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรม ลดลงทั้งจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ขณะที่กำไรสุทธิกลับมาเป็นบวกเมื่อเทียบกับขาดทุนในไตรมาส 4/51 แต่ลดลงจากไตรมาส 3/52 ปี 2552 ปี 2552 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมมียอดขาย 10,700 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.4 จากปี 2551 กำไรสุทธิที่ 432 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.3 จากปี 2551 อัตรากำไรสุทธิในปี 2552 อยู่ที่ร้อยละ 4.0 ลดลง เล็กน้อยจากร้อยละ 4.2 ในปี 2551 ยอดขายของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2551 แม้ว่าความต้องการในตลาดปรับตัวลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการของบรรจุภัณฑ์แก้วในกลุ่มเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตามยอดขายของบรรจุภัณฑ์แก้วใน กลุ่มอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาและอาหารเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ในส่วนของกำไรสุทธิ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปี ก่อน โดยสาเหตุหลักมาจาก การลดลงของราคาวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซดาแอช การปรับปรุงประสิทธิภาพ การผลิต และราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ในปีที่ 2551 บริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย จำกัด (มหาชน) มีการขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงโดยการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงล่วงหน้า ตลอดทั้งปี 2552 ธุรกิจได้เน้นการพัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่และมองหาลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ การได้มาซึ่งสัญญาระยะยาวในการส่งขวดบรรจุ อาหารให้แก่ลูกค้าใหม่จากต่างประเทศ 2 ยอดขายธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องลดลงเล็กน้อยจากปี 2551 ในขณะที่ผลกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วง สามไตรมาสแรกของปี 2552 ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องได้รับผลกระทบจากต้นทุนของสินค้าคงคลังที่สูง อันเป็นผลจาก การซื้ออะลูมิเนียมล่วงหน้าตั้งแต่ไตรมาส 4/51 อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของธุรกิจได้ปรับตัวดีขึ้นมากในไตรมาส สุดท้ายของปี 2552 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการในตลาด ราคาขายเศษอลูมิเนียมที่สูงขึ้น และต้นทุนสินค้า คงคลังที่ลดลง ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลกในปี 2552 ทำให้ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ท้าทายสำหรับธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็ก ชุบสังกะสี เนื่องจากลูกค้าชะลอโครงการและมียอดสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังสามารถรักษา ยอดขายและเพิ่มกำไรสุทธิจากปี 2551 ส่วนธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรมได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ เนื่องจากผลประกอบการขึ้นกับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานหลัก (infrastructure) กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 2552 2551 ร้อยละการ 4/52 4/51 เปลี่ยนแปลง 3/52 เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง จากไตรมาส จากไตรมาส 4/51 3/52 รายได้จากการขาย 1,779 1,622 9.7 1,734 2.6 7,063 6,854 3.0 กำไรสุทธิ 133 69 92.8 146 (8.9) 478 298 60.4 ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 7.5 4.3 3.2 8.4 (1.0) 6.8 4.3 2.4 หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ของอัตรากำไรสุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 4/51 และไตรมาส 3/52 จากไตรมาส 4/52 ไตรมาส 4/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภครายงานยอดขายไตรมาส 4/52 ที่ 1,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 จากไตรมาส 4/51 และร้อยละ 2.6 จากไตรมาส 3/52 ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/51 มาจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจเครื่องใช้ส่วนตัว และเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/52 แม้จำนวนวันทำงานจะน้อยกว่าและมีจำนวน สินค้าใหม่ออกสู่ตลาดน้อยกว่า ทางกลุ่มยังคงสามารถเติบโตยอดขายในไตรมาสนี้ได้ กำไรสุทธิในไตรมาส 4/52 อยู่ที่ 133 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 92.8 จากไตรมาส 4/51 แต่ลดลงร้อยละ 8.9 จากไตรมาส 3/52 การเติบโตของกำไรสุทธิจากไตรมาส 4/51 เป็นผลจากกำไรที่เพิ่มขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจกระดาษทิชชูและธุรกิจขนมขบเคี้ยว ในขณะที่การลดลงของกำไรจากไตรมาส 3/52 เป็นผลมาจากกำไรที่ลดลงของธุรกิจทิชชูและกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ส่วนตัว อัตรากำไรสุทธิไตรมาส 4/52 อยู่ที่ร้อยละ 7.5 เพิ่มจากร้อยละ 4.3 ในไตรมาส 4/51 แต่ลดลงจากร้อยละ 8.4 ในไตรมาส 3/52 ธุรกิจขนมขบเคี้ยวมียอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 เนื่องจากความต้องการ ของตลาดสูงขึ้นในช่วงปีใหม่และเทศกาลวันหยุด และจากยอดขายของสินค้าใหม่ ได้แก่ ข้ วอบกรอบรสไส้กรอก "Dozo So Se Ji" ที่ออกสู่ตลาดเมื่อไตรมาส 3/52 นอกจากนี้ ยอดขายของ ผลิตภัณฑ์ขนมขึ้นรูป (extruded) "Party" และ "Campus" ก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากไตรมาส 4/51 เนื่องจาก ไตรมาส 4/51 ธุรกิจประสบกับปัญหาการขาดแคลนมันฝรั่ง ส่วนการเติบโตจากไตรมาส 3/52 เนื่องมาจาก ยอดขายที่ ดีมากของผลิตภัณฑ์ "Dozo" และ "Campus" ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง สำหรับธุรกิจกระดาษทิชชู มียอดขายเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ท่ามกลางสภาวะ การแข่งขันที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขยายตัวของ private brand ด้านกำไรสุทธินั้น มีการเติบโตอย่าง มากจากไตรมาส 4/51 เนื่องจากประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และราคา เยื่อกระดาษที่ลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปรับตัวลดลงจากไตรมาส 3/52 เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด และ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น ยอดขายของกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ส่วนตัวเติบโตอย่างมากจากไตรมาส 4/51 แต่ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 3/52 การเติบโตของยอดขายที่โดดเด่นเป็นผลมาการการสร้างตราสินค้าการประชาสัมพันธ์และการจัดกิจกรรม ทางการตลาดอย่างต่อเนื่องของตราสินค้า "นกแก้ว" การขยายตัวของฐานลูกค้าสบู่เหลว นอกจากนี้ทางธุรกิจได้มีการ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ "เดอร์มาพอน โรสฮิป แอนด์ คาร์โมมายด์" ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ในส่วนของกำไร สุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/51 แต่ลดลงจากไตรมาส 3/52 โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกับยอดขาย การลดลง ของกำไรจากไตรมาส 3/52 ยังเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายทางการโฆษณาและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น 3 ธุรกิจโลจิสติกส์มีรายได้เติบโตขึ้นมากจากไตรมาส 4/51 เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของบริการการขนส่งและ บริการคลังสินค้า ในขณะที่รายได้ อยู่ในระดับเดียวกับไตรมาส 3/52 ทั้งนี้สัดส่ วนของรายได้จากลูกค้ ภายนอกกั บ ลู กค้ ภายในกลุ่ มบริ ษั ท ยั งคงมี สั ด ส่ว นที่ท รงตัว เมื่ อเที ย บกั บ ไตรมาส 4/51 และไตรมาส 3/52 ด้ นกำ ไรสุ ท ธิ นั้ น เติบโตขึ้นทั้งจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ปี 2552 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภครายงานยอดขายปี 2552 ที่ 7,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 จาก ปี 2551 และมีกำไรสุทธิ 478 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60.4 จากปี 2551 โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 6.8 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.3 ในปี 2551 ยอดขายและกำไรสุทธิของธุรกิจขนมขบเคี้ยวในปี 2552 ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการแข่งขันที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัท (owned-brand) อาทิ ผลิตภัณฑ์ขนมขึ้นรูป (extruded)"Party" และ "Campus" และผลิตภัณฑ์ ตราสินค้าของบุคคลอื่น (third-party brand) อาทิ "Kato" และ "Droste" ยังคงมียอดขายที่แข็งแกร่ง ในปีที่ผ่านมา ธุรกิจได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งได้รับ การตอบรับอย่างดี อาทิ มันฝรั่งทอดกรอบ "Tasto Latino Color" และ "Tasto Xtreme Wasabi" ข้าวอบกรอบ "Dozo Soseji" และขนมขึ้นรูป (extruded) "Party Krongkrang" ธุร กิจกระดาษทิชชูมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปี 2551 เล็กน้อยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้ ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายที่ลดลงและคู่แข่งมีการใช้การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น เพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่ท้าทาย ดังกล่าว ธุรกิจได้แนะนำผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ กระดาษเช็ดหน้า "Cellox Purify" และ "Melona Fun & Style" และกระดาษม้วนเอนกประสงค์ "Maxmo" ประกอบกับการตอกย้ำตราสินค้าหลัก อาทิ "Zilk" ผ่านทางการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และกิจกรรมทางการตลาด ในส่วนของกำไร ในไตรมาสที่ 4/52 ธุรกิจกระดาษทิชชู มีกำไรสุทธิสูงสุดเมื่อเทียบกับกำไรที่ผ่านมาในอดีต อันเป็นผลมาจาก การลดต้นทุน การปรับปรุง ประสิทธิภาพในการผลิต การลดลงของราคาเยื่อกระดาษตลอดจนการปรับปรุงการบริหารจัดการวัตถุดิบ เช่นเดียวกันกับธุรกิจกระดาษทิชชูปี 2552 นับเป็นปีที่ดีของกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ส่วนตัวผลิตภัณฑ์ "สบู่ นกแก้ว" มีผลประกอบการที่โดดเด่นตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นผลมาจากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของการสร้างตราสินค้า การ ประชาสัมพันธ์และการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งธุรกิจได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่าง ต่อเนื่อง อาทิ "นกแก้วพฤกษา กลิ่นลีลาวดี (สีม่วง)" และ "เดอร์มาพอน โรสฮิป แอนด์ คาร์โมมายด์" ซึ่งได้รับการ ตอบรับที่ดีจากตลาด สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2551 เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้จากลูกค้าภายในกลุ่ม บริษัทในการให้บริการนำเข้าส่งออกที่ผ่านพิธีการทางศุลกากร (Custom Brokerage Services) และบริการคลังสินค้า และการเติบโตของรายได้จากลูกค้าภายนอกบริษัททางด้านการให้บริการการขนส่ง อัตราการใช้คลังสินค้าเพิ่มขึ้นจาก ปี 2551 ทั้งจากคลังสินค้ากิ่งแก้วและกล้วยน้ำไท กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 2552 2551 ร้อยละการ 4/52 4/51 เปลี่ยนแปลง 3/52 เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง จากไตรมาส จากไตรมาส 4/51 3/52 รายได้จากการขาย 1,147 1,047 9.6 1,061 8.1 4,458 4,365 2.1 กำไรสุทธิ 106 115 (7.8) 93 14.0 407 535 (23.9) ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 9.2 11.0 (1.8) 8.8 0.5 9.1 12.3 (3.1) หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ของอัตรากำไรสุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 4/51 และไตรมาส 3/52 จากไตรมาส 4/52 ไตรมาส 4/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิคมียอดขายในไตรมาส 4/52 ที่ 1,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 จากไตรมาส 4/51 และร้อยละ 8.1 จากไตรมาส 3/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์มียอดขายเพิ่มขึ้น ทั้ง จากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ขณะที่กลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิครายงานยอดขายเพิ่มขึ้นจาก ไตรมาส 4/51 แต่ลดลงจากไตรมาส 3/52 ด้านกำไรสุทธิในไตรมาส 4/52 อยู่ที่ 106 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7.8 จาก ไตรมาส 4/51 เนื่องจากกำไรสุทธิที่ลดลงของกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิค แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.0 เนื่องจากกำไร ที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ 4 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์รายงานยอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/51 เป็นผลมาจากยอดขายที่ เติบโตของธุรกิจเวชภัณฑ์และธุรกิจเครื่องมือแพทย์ และรายงานยอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/52 เป็นผลมาจากการ เติบโตของยอดขายของทุกกลุ่มธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจเครื่องมือและระบบวินิจฉัยทางการแพทย์ กำไรสุทธิของ กลุ่มเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ธุรกิจเวชภัณฑ์และธุรกิจเครื่องมือและระบบวินิจฉัยทาง การแพทย์นั้น รายงานผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่ง ธุรกิจเครื่องมือและระบบวินิจฉัยทางการแพทย์ เนื่องจากมีการส่งมอบเครื่องมือแพทย์ได้เป็นจำนวนมาก ทางด้านกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิค ยอดขายของธุรกิจการพิมพ์และธุรกิจเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ส่วนยอดขายของธุรกิจเครื่องเขียนลดลงทั้งจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ยอดขายของกลุ่มธุรกิจเครื่องเขียนลดลงจากผลกระทบด้านฤดูกาล เนื่องจากร้านค้าส่วนใหญ่ เพิ่มยอดการสั่งซื้อในผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวกับเทศกาล เช่น กระดาษห่อของขวัญ และบัตรอวยพรมากกว่าอุปกรณ์ เครื่องเขียนตามปกติ กำไรสุทธิของธุรกิจการพิมพ์และเครื่องเขียนลดลงจากไตรมาส 4/51 และจากไตรมาส 3/52 ส่วนกำไรสุทธิของธุรกิจเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/51 แต่ลดลงจากไตรมาส 3/52 ปี 2552 สำหรับปี 2552 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิคมียอดขาย 4,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 จากปี 2551 จากยอดขายที่เติบโตขึ้นของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ ในขณะที่ยอดขายของกลุ่มสินค้าและ บริการทางเทคนิคลดลงเล็กน้อย กำไรสุทธิในปี 2552 อยู่ที่ 407 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 24.0 เนื่องจากการลดลงของ กำไรของกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิคเป็นหลัก ในส่วนของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ ยอดขายเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจ เครื่องมือแพทย์ ทางด้านกำไรสุทธิ ธุรกิจเครื่องมือแพทย์และระบบวินิจฉัยทางการแพทย์เติบโตขึ้นอย่างมากจากปี 2551 อย่างไรก็ตามธุรกิจเวชภัณฑ์ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและยอดขายยาประเภท Erythropoietin ซึ่ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเร่งการผลิตเม็ดเลือดแดงในผู้ป่วยโรคไตลดลง ในปีที่ผ่านมากลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ ได้เน้นการคัดสรรสินค้าที่มีเอกลักษณ์และเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และเน้นการฝึกฝน พัฒนาบุคคลากร สินค้าใหม่ที่ทางกลุ่มนำเข้ามาในปี 2552 อาทิ เครื่อง endoscope เครื่อง digital mammogram และเครื่อง mobile x-ray นอกจากนี้ในไตรมาสที่ 2/52 ทางกลุ่มได้แนะนำหุ่นยนต์ผ่าตัด Da Vinci? ซึ่งเป็นเป็นอีก ก้าวของบริษัทในการแนะนำสินค้าและบริการที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงออกสู่ตลาด ในปี 2552 กลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิค สามารถรักษายอดขายได้ในระดับเดียวกันกับปี 2551 ในช่วงปีที่ ผ่านมา ธุรกิจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เนื่องจากสินค้าและบริการส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับ ความต้องการในตลาดทั้งจากภาคอุตสาหกรรม เช่น ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์สารทำความเย็น และภาคผู้บริโภค เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนและการพิมพ์ สำหรับธุรกิจเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ยอดขายของ ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์สำหรับอาหารและ ยอดขายในประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ส่วนกำไรสุทธิของผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์สำหรับเบเกอรี่เพิ่มขึ้นจากปี 2551 สำหรับธุรกิจเครื่องเขียน ผลประกอบการปี 2552 ลดลงเนื่องจากการ ลดลงของการใช้จ่ายของผู้บริโภค การสั่งซื้อของร้านค้า และการส่งออก รวมทั้งการแพร่ระบาดของไข้หวัด H1N1 ซึ่ง ทำให้เกิดการงดทัวร์โรงเรียน ส่วนทางด้านธุรกิจการพิมพ์นั้น ยอดขายปี 2552 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยแม้ตลาดโดยรวมจะหด ตัวก็ตาม รายการหลักในงบกำไรขาดทุนประจำไตรมาส 4 ปี 2552 และประจำปี 2552 (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 2552 2551 ร้อยละการ (ยังมีต่อ)