14 May 2010

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการ Q1

13 พฤษภาคม 2553 เรื่อง คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 1/2553 เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปผลประกอบการทางการเงินในไตรมาส 1 ปี 2553 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) (บีเจซี) มีความยินดีที่จะประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 1/53 สำหรับไตรมาสนี้ บีเจซีรายงานรายได้จากการขายและให้บริการ 6,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 จากไตรมาส 1/52 แต่ลดลงร้อยละ 1.4 จากไตรมาส 4/52 กำไรจากการดำเนินงานที่ 770 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 155.8 จากไตรมาส 1/52 และร้อยละ 11.4 จาก ไตรมาส 4/52 กำไรสุทธิประจำไตรมาสที่ 581 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 209.0 จากไตรมาส 1/52 และร้อยละ 17.6 จากไตรมาส 4/52 ส่วนกำไรสุทธิสำหรับส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ 516 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 150.5 จาก ไตรมาส 1/52 และร้อยละ 17.3 จากไตรมาส 4/52 ข้อมูลยอดขายของแต่ละกลุ่มธุรกิจแสดงให้เห็นดังตารางด้านล่าง: (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 1/53 1/52 เปลี่ยนแปลง 4/52 เปลี่ยนแปลง จากไตรมาส จากไตรมาส 1/52 4/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม 3,022 2,640 14.5 3,098 (2.5) กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค 1,864 1,776 5.0 1,779 4.8 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค 1,060 1,122 (5.5) 1,147 (7.6) กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ 60 38 57.9 75 (20.0) กลุ่มธุรกิจสารสนเทศ 82 54 51.9 76 7.9 รายได้จากการขายและให้บริการ 6,089 5,629 8.2 6,175 (1.4) รายได้อื่น 72 106 (32.1) 60 20.0 รวมรายได้ 6,160 5,735 7.4 6,235 (1.2) กำไรจากการดำเนินงาน 770 301 155.8 691 11.4 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (ร้อยละ) 12.6 5.3 7.3 11.2 1.5 กำไรสุทธิสำหรับงวด 581 188 209.0 494 17.6 อัตรากำไรสุทธิ (ร้อยละ) 9.5 3.3 6.2 8.0 1.5 ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ ผู้ถือหุ้นรายย่อย 65 (18) nm 54 20.4 ผู้ถือหุ้นของบริษัท 516 206 150.5 440 17.3 อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของ 8.5 3.7 4.8 7.1 1.4 บริษัท (ร้อยละ) หมายเหตุ: 1) เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ในคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ผลประกอบการของกลุ่มสินค้าและบริการทาง เวชภัณฑ์และกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิคจะแสดงยอดรวมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรายงานที่ได้แสดงใน อดีต นอกจากนี้ ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศก็ได้แยกออกมาจากกลุ่มสินค้าและบริการแต่ละกลุ่ม 2) ร้อยละการเปลี่ ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 ของอัตรากำไรจากการ ดำเนินงานอัตรากำไรสุทธิ และอัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท คำนวณจากการหักลบไตรมาส 1/52 และไตรมาส 4/52 จากไตรมาส 1/53 3) ผลประกอบการไตรมาส 1/52 ได้สะท้อนการปรับปรุงงบการเงิน เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท ที.ซี.ซี.เทคโนโลยี จำกัด (TCCT) ร้อยละ 17 ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 (ปัจจุบัน บีเจซี่มีสัดส่วนการถือหุ้น ทั้งหมดร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน) กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม (ล้านบาท) ไตรมาส 1/53 ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส 4/52 ร้อยละการ 1/52 เปลี่ยนแปลงจาก เปลี่ยนแปลงจาก ไตรมาส 1/52 ไตรมาส 4/52 รายได้จากการขาย 3,022 2,640 14.5 3,098 (2.5) กำไรสุทธิประจำไตรมาส 323 (33) nm 268 20.5 ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 10.7 (1.2) nm 8.7 2.0 หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 ของอัตรากำไรสุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 1/52 และไตรมาส 4/52 จากไตรมาส 1/53 ในไตรมาส 1/53 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมมียอดขายอยู่ที่ 3,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.5 จากไตรมาส 1/52 แต่ลดลงร้อยละ 2.5 จากไตรมาส 4/52 การเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/52 เป็นผลมาจากยอดขายธุรกิจ บรรจุภัณฑ์แก้วและธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่เพิ่มขึ้น ส่วนการลดลงจากไตรมาส 4/52 เป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลง ของทุกกลุ่มธุรกิจยกเว้นธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วซึ่งยังคงรายงานการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง กำไรสุทธิประจำไตรมาส 1/53 ที่ 323 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1/52 และเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20.5 จากไตรมาส 4/52 อัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 10.7 ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากติดลบในไตรมาส 1/52 และจากร้อยละ 8.7 ในไตรมาส 4/52 ทั้งนี้ ทุกธุ รกิจรายงานกำไรสุท ธิสู งขึ้ นอย่างมากเมื่ อเทียบกับไตรมาส 1/52 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำไรสุทธิของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 500 ส่วนกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/52 มีสาเหตุมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องและธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วรายงานยอดขายเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 1/52 และไตรมาส 4/52 ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เป็นผลมาจากความต้องการในตลาดโดยรวมที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วยัง ได้รับประโยชน์จากการลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาวัตถุดิบหลัก ได้แก่ โซดาแอซ และเศษแก้ว และจากความสำเร็จ ในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ปัจจัยข้างต้นส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 500 จากไตรมาส 1/52 และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 4/52 ส่วนด้านประสิทธิภาพในการผลิต (good-to-melt) นั้น เพิ่มขึ้นเมื่อ เทียบกับไตรมาส 1/52 และอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับไตรมาส 4/52 ยอดขายธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/52 แต่ลดลงจากไตรมาส 4/52 ยอดขายเพิ่มขึ้นจาก ไตรมาส 1/52 จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเบียร์และเครื่องดื่มชูกำลัง ส่วนยอดขายลดลงจาก ไตรมาส 4/52 เนื่องจากการลดลงตามฤดูกาล โดยปกติแล้วยอดขายของตลาดเครื่องดื่มในไตรมาสที่ 4 จะเป็น ไตรมาสที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับไตรมาสอื่นของปี ด้านกำไรสุทธิประจำไตรมาส 1/53 นั้น เพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/52 เนื่องจากในไตรมาส 1/53 มีการบันทึกการตั้งสำรองการ ด้อยค่าของสินค้าคงเหลือตามหลักการบัญชีที่น้อยมากเมื่อเทียบกับยอดค่าใช้จ่ายเดียวกันนี้ที่สูงถึง 31 ล้านบาทใน ไตรมาส 1/52 กำไรสุทธิเพิ่มจากไตรมาส 4/52 เนื่องจากราคาอะลูมิเนียม (LME price) ปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลให้ กำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น สำหรับธุรกิจอื่น ยอดขายของธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี และธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรมลดลงทั้ง จากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 เนื่องจากการเลื่อนการก่อสร้างของโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักเป็น จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิของธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี ยังคงเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 1/52 และ จากไตรมาส 4/52 ส่วน ส่วนกำไรสุทธิของธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรมเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/52 แต่ลดลงจากไตรมาส 4/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค (ล้านบาท) ไตรมาส 1/53 ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส 4/52 ร้อยละการ 1/52 เปลี่ยนแปลงจาก เปลี่ยนแปลงจาก ไตรมาส 1/52 ไตรมาส 4/52 รายได้จากการขาย 1,864 1,776 5.0 1,779 4.8 กำไรสุทธิประจำไตรมาส 120 100 20.0 133 (9.8) ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 6.4 5.6 0.8 7.5 (1.0) หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 ของอัตรากำไรสุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 1/52 และไตรมาส 4/52 จากไตรมาส 1/53 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภครายงานยอดขายไตรมาส 1/53 ที่ 1,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 จากไตรมาส 1/52 และร้อยละ 4.8 จากไตรมาส 4/52 ยอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/52 เนื่องจากยอดขายที่ เพิ่มขึ้นของธุรกิจกระดาษชำระ เครื่องใช้ส่วนตัว การตลาดและรับจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราสินค้าบุคคลที่สาม และโลจิสติกส์ ส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/52 เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจขนมขบเคี้ยว เครื่องใช้ส่วนตัวการตลาดและ รับจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราสินค้าบุคคลที่สาม และโลจิสติกส์ กำไรสุทธิประจำไตรมาสที่ 120 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.0 จากไตรมาส 1/52 แต่ลดลงร้อยละ 9.8 จากไตรมาส 4/52 กำไรสุทธิเพิ่มจากไตรมาส 1/52 เนื่องจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจกระดาษชำระ เครื่องใช้ส่วนตัว การตลาดและรับจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราสินค้าบุคคลที่สาม และโลจิสติกส์ ส่วนกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาส 4/52 เนื่องจากการลดลงของกำไรสุทธิของธุรกิจกระดาษชำระและโลจิสติกส์ อัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 6.4 เพิ่มขึ้นจากร้อย ละ 5.6 ในไตรมาส 1/52 แต่ลดลงจากร้อยละ 7.5 ในไตรมาส 4/52 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนเยื่อกระดาษ ซึ่งในขณะนี้ระดับราคาตลาดของเยื่อกระดาษสูงกว่าระดับราคาตลาดปกติตั้งแต่ ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ยอดขายและกำไรสุท ธิ ธุร กิจขนมขบเคี้ยวลดลงเล็ กน้ อยจากไตรมาส 1/52 แต่เพิ่ มขึ้ นจากไตรมาส 4/52 ยอดขายลดลงจากไตรมาส 1/52 เนื่ องจากยอดขายที่ลดลงของผลิต ภัณฑ์ มันฝรั่ง กรอบ ส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นจาก ไตรมาส 4/52 เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ข้าวหอมญี่ปุ่นอบกรอบและขนมขึ้นรูป เพื่อเป็นการตอกย้ำ การเติบโตของยอดขายข้าวหอมญี่ปุ่นอบกรอบ "โดโซะ" และขนมขึ้นรูปรสช็อกโกแลต "แคมปัส" ทางธุรกิจขนมขบ เคี้ยวได้จัดรายการการส่งเสริมการขาย "จับฉลากชิง BlackBerry" สำหรับ "โดโซะ" และแจกของสมนาคุณ "เดน โอชู้ตเตอร์" ของเล่นประกอบภาพยนตร์การ์ตูนชื่อดัง สำหรับ "แคมปัส" ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภค นอกเหนือจากนี้ ธุรกิจขนมขบเคี้ยวได้ทำการแนะนำสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ "เทสโต อลาสกาคูล" มันฝรั่งรสเย็น ในปากหลังรับประทานและ "ไบตี๊ นาโน รสสาหร่ายทะเล" เพื่อรองรับความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภค ธุรกิจกระดาษชำระรายงานยอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/52 แต่ลดลงจากไตรมาส 4/52 ยอดขายของตรา สินค้าหลัก เช่น "เซลล็อกซ์" "ซิลค์" และ "เบลล์" ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 ธุรกิจกระดาษชำระได้รับผลกระทบเชิงลบตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจากภาวะการแข่งขันที่สูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ การแข่งขันด้านราคาและรายการการส่งเสริมทางการขาย ประกอบกับราคาเยื่อกระดาษที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าระดับราคา ปกติ ซึ่งเป็นผลให้กำไรสุทธิลดลงจากไตรมาส 4/52 อย่างไรก็ตาม ระดับกำไรสุทธิยังคงสูงกว่าไตรมาส 1/52 ยอดขายและกำไรสุทธิของธุรกิจเครื่องใช้ส่วนตัว เติบโตอย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องทั้งจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์ "เดอร์มาพอน" ที่ได้มีการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่เมื่อปลายปี 2552 และแนะนำกลิ่นใหม่ "เดอร์มาพอน โรสฮิป แอนด์ คาร์โมมายด์" เมื่อเดือนตุลาคม 2552 ซึ่งมีส่วนช่วยให้ ยอดขายของธุรกิจเครื่องใช้ส่วนตัวเติบโตทั้งจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 นอกจากนี้ สบู่ก้อนและสบู่ เหลว "นกแก้ว" ยังคงรายงานยอดขายและกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้านธุรกิจการตลาดและรับจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราสินค้าบุคคลที่สามนั้น มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นกันทั้งจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 ยอดขายของผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว "กาโตะ" เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง และยอดขายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น อยู่ในระดับที่สูงที่สุดเท่าที่เคยรายงานมา ส่วนทางด้านธุรกิจ รับจ้างผลิตนั้น รายงานยอดขายลดลงจากไตรมาส 1/52 เนื่องจากยอดขายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางลดลง แต่เพิ่มขึ้น จากไตรมาส 4/52 เนื่องจากยอดขายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนตัวเพิ่มขึ้น ธุรกิจโลจิสติกส์รายงานรายได้เพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 และรายงานกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/52 แต่อยู่ในระดับใกล้เคียงกันกับไตรมาส 4/52 รายได้ที่เพิ่มขึ้ นจากไตรมาส 1/52 มาจาก รายได้การให้บริการคลังสินค้าและจากการให้บริการด้านการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/52 มา จากรายได้การให้บริการคลังสินค้าและจากการให้บริการลูกค้านำเข้าส่งออกที่ผ่านพิธีการทางศุลกากรที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนลูกค้าจากในกลุ่มบริษัท และนอกกลุ่มบริษัทยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับไตรมาส 1/52 และไตรมาส 4/52 อัตราการใช้คลังสินค้าลดลงจากไตรมาส 1/52 แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค (ล้านบาท) ไตรมาส 1/53 ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส 4/52 ร้อยละการ 1/52 เปลี่ยนแปลงจาก เปลี่ยนแปลงจาก ไตรมาส 1/52 ไตรมาส 4/52 รายได้จากการขาย 1,060 1,122 (5.5) 1,147 (7.6) กำไรสุทธิประจำไตรมาส 113 84 34.5 106 6.6 ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 10.7 7.5 3.3 9.2 1.5 หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 ของอัตรากำไรสุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 1/52 และไตรมาส 4/52 จากไตรมาส 1/53 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิครายงานยอดขาย 1,060 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.5 จาก ไตรมาส 1/52 และร้อยละ 7.6 จากไตรมาส 4/52 ยอดขายที่ลดลงทั้งจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 เป็น ผลมาจากยอดขายที่ลดลงของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ซึ่งได้รับผลกระทบจากการล่าช้าของงบประมาณรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล่าช้าของโครงการ "ไทยเข้มแข็ง" แม้ว่ายอดขายจะลดลง กำไรสุทธิประจำไตรมาส 1/53 ที่ 113 ล้านบาทยังคงเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.5 จากไตรมาส 1/52 และร้อยละ 6.6 จากไตรมาส 4/52 สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์นั้น กลุ่มผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ยังคงรายงานยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งจากไตรมาส 1/52 และไตรมาส 4/52 ในขณะที่ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ และระบบวินิจฉัยทางการแพทย์นั้นได้รับ ผลกระทบโดยตรงจากการล่าช้าของโครงการ "ไทยเข้มแข็ง" และส่งผลให้ยอดขายไตรมาส 1/53 ลดลงทั้งจาก ไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 อย่างไรก็ตามระดับกำไรสุทธิของกลุ่มสินค้า และบริการทางเวชภัณฑ์ยังคง เติบโตขึ้นจากไตรมาส 1/52 สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิค ทุกกลุ่มธุรกิจรายงานยอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/52 ในขณะที่ ธุรกิจเครื่องเขียนและธุจกิจเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมรายงานยอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/52 ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของ ธุรกิจเครื่องเขียนทั้งจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 นั้นมีสาเหตุมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่ม ลูกค้า อาทิ ลูกค้าสำนักงาน ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐบาล ทั้งนี้ เป็นผลต่อเนื่องมาจากการที่ผู้ค้ามีความมั่นใจใน การเก็บสินค้าคงคลังในระดับที่สูงขึ้นตามสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ด้านกำไรสุทธิประจำไตรมาส ของทุกธุรกิจ เพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 โดยเฉพาะธุรกิจเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ในกลุ่มสินค้า เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์พิเศษ และเคมีภัณฑ์สำหรับอาหาร รายการหลักในงบกำไรขาดทุนประจำไตรมาส 1 ปี 2553 (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 1/53 1/52 เปลี่ยนแปลง 4/52 เปลี่ยนแปลง จากไตรมาส จากไตรมาส 1/52 4/52 รายได้จากการขายและให้บริการ 6,089 5,629 8.2 6,175 (1.4) รายได้อื่น 72 106 (32.1) 60 20.0 รายได้รวม 6,160 5,735 7.4 6,235 (1.2) ต้นทุนขาย 4,398 4,479 (1.8) 4,448 (1.1) กำไรขั้นต้น 1,691 1,150 47.0 1,727 (2.1) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 993 955 4.1 1,096 (9.4) กำไรจากการดำเนินงาน 770 301 155.8 691 11.4 ต้นทุนทางการเงิน 35 64 (45.3) 50 (30.0) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ 19 10 90.0 18 5.6 กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 754 247 205.3 659 14.4 ภาษีเงินได้ 174 59 194.9 165 5.5 กำไรสุทธิประจำไตรมาส 581 188 209.0 494 17.6 ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ : ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย 65 (18) nm 54 20.4 ผู้ถือหุ้นของบริษัท 516 206 150.5 440 17.3 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา 1,123 639 75.7 1,049 7.1 ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ (ร้อยละ) 1/53 1/52 เปลี่ยนแปลงจาก 4/52 เปลี่ยนแปลงจาก ไตรมาส 1/52 ไตรมาส 4/52 อัตรากำไรขั้นต้น 27.8 20.4 7.4 28.0 (0.2) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย 16.3 16.9 (0.6) 17.8 (1.5) อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 12.6 5.3 7.3 11.2 1.4 อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท 8.5 3.7 4.8 7.1 1.4 อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา 18.4 11.3 7.1 17.0 1.4 หมายเหตุ:ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 1/52 และจากไตรมาส 4/52 ของอัตรากำไรขั้นต้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย อัตรากำไรจากการดำเนินงาน อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้น ของบริษัทและอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา คำนวณจากการหักลบไตรมาส 1/52 และไตรมาส 4/52 จากไตรมาส 1/53 รายได้จากการขายและให้บริการ บีเจซีรายงานรายได้จากการขายและให้บริการในไตรมาส 1/53 ที่ 6,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 จาก ไตรมาส 1/52 แต่ลดลงร้อยละ 1.4 จากไตรมาส 4/52 ทุกกลุ่มสินค้าและบริการยกเว้นกลุ่มสินค้าและบริการทาง เวชภัณฑ์รายงานรายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/52 รายได้จากการขายและให้บริการของกลุ่ม สินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมคิดเป็นร้อยละ 50 และรายได้จากการขายและให้บริการของกลุ่มสินค้าและบริการ ทางอุปโภคบริโภคคิดเป็นร้อยละ 31 ของรายได้จากการขายและให้บริการรวม ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้รวมกันยังคงเป็นกลุ่ม สินค้าและบริการหลักเมื่อพิจารณาทางด้านรายได้จากการขายและให้บริการของบริษัท อัตรากำไรขั้นต้น กำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/53 อยู่ที่ 1,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากถึงร้อยละ 47.0 จากไตรมาส 1/52 แต่ ลดลงเล็กน้อยเป็นร้อยละ 2.1 จากไตรมาส 4/52 สาเหตุของการปรับตัวเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากไตรมาส 1/52 เนื่องมาจากกำไรขั้นต้นของกลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากประสิทธิภาพในการผลิต (good-to-melt) ที่ดีขึ้นสัดส่วนสินค้าที่ให้กำไรขั้นต้นสูงเพิ่มขึ้น และราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวลดลงอัตรากำไร ขั้นต้นไตรมาส 1/53 อยู่ที่ร้อยละ 27.8 ปรับสูงขึ้นอย่างมากจากร้อยละ 20.4 ในไตรมาส 1/52 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก ร้อยละ 28.0 ในไตรมาส 4/52 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 1/53 อยู่ที่ 993 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้ยละ 4.1 จาก ไตรมาส 1/52 แต่ลดลงร้อยละ 9.4 จากไตรมาส 4/52 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มจากไตรมาส 1/52 และลดลงจาก ไตรมาส 4/52 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นและลดลงของค่าใช้จ่ายในการขาย และกระจายสินค้าจากไตรมาส 1/52 และจาก ไตรมาส 4/52 ตามลำดับ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเมื่อคิดเป็นอัตราส่วนต่อยอดขายนั้น กลุ่มสินค้าและบริการ ทางอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิคและกลุ่มธุรกิจต่างประเทศมีอัตราส่วนลดลงจากไตรมาส 1/52 ส่วน กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค และกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิคมีอัตราส่วนลดลงจากไตรมาส 4/52 กำไรสุทธิประจำไตรมาสและกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท กำไรสุทธิประจำไตรมาส 1/53 ที่ 581 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากถึงร้อยละ 209.0 จากไตรมาส 1/52 และร้อยละ 17.6 จากไตรมาส 4/52 กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ 516 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง ร้อยละ 150.5 จากไตรมาส 1/52 และร้อยละ 17.3 จากไตรมาส 4/52 อัตรากำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ร้อยละ 8.5 ในไตรมาส 1/53 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.7 ในไตรมาส 1/52 และร้อยละ 7.1 ในไตรมาส 4/52 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 1/53 4/52 3/52 2/52 1/52 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.92 1.03 1.06 1.08 1.08 อัตราส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.46 0.53 0.57 0.57 0.60 5 ในไตรมาส 1/53 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.92 เท่า ลดลงจากไตรมาส 4/52 ที่ 1.03 เท่า ส่วนอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.46 เท่า ลดลงจากไตรมาส 4/52 ที่ 0.53 เท่า การลดลง มีสาเหตุมาจากการจ่ายคืนหนี้สินสุทธิของบริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด และบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์เซลล็อกซ์ จำกัด ฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงต่ำกว่าระดับที่บริษัทกำหนดไว้ในการออกหุ้นกู้ที่ 1.75 เท่า อยู่มาก จึงเรียนมาเพื่อทราบ ขอแสดงความนับถือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ธีรศักดิ์ นาทีกาญจนลาภ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการ กรรมการ