26 ตุลาคม 2541

คำแถลงเกี่ยวกับบริษัท ไทยสแกนดิค-สตีล ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

คำแถลง บริษัท ไทยสแกนดิค-สตีล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ประกาศ หยุดการดำเนินงานชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบด้านการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กรูป พรรณ ทั้งนี้ จะเป็นผลเสี่ยงต่อการเลิกจ้างพนักงานนับร้อยตำแหน่ง บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) แถลงในวันนี้ว่า บริษัท ไทยสแกนดิค-สตีล ซึ่ง เป็นบริษัทย่อยและเป็นผู้ผลิตโครงเหล็กเสาไฟฟ้าแรงสูง อยู่ในภาวะจำยอมที่จะต้องหยุดการดำเนิน งานชั่วคราว เนื่องจากกฎระเบียบของราชการเข้มงวดกับการนำเข้าเหล็กรูปพรรณ นายเดวิด นิโคล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะกรรมการบริหาร กล่าวให้ความ เห็นในเรื่องดังกล่าวว่า "ธุรกิจของบริษัท ไทยสแกนดิค-สตีล ต้องหยุดชะงักทั้ง ๆ ที่มีคำสั่งซื้ออยู่ในมือเป็นจำนวน มาก เหล็กเป็นพัน ๆ ตันกลับไม่ได้รับอนุมัติให้นำมาใช้ในการผลิต องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องใน เรื่องนี้ได้รับทราบปัญหารวมทั้งบริษัทได้ยื่นคำร้องไปยังส่วนราชการแต่ไม่มีผลใด ๆ ทั้งสิ้น บริษัท จะไม่ละความพยายามโดยได้ดำเนินการเพื่อให้เรื่องนี้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สาเหตุของ การไม่อนุมัติในครั้งนี้ก็เพื่อจะปกป้องผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ" นายเอนนิโอ คาสเทลลี่ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ไทยสแกนดิค-สตีล ได้ชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้ "เมื่อเดือนพฤษภาคมของปีนี้ รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะคุ้มครอง อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กในประเทศ โดยจำกัดมาตรฐานและขึ้นภาษีศุลกากรร้อยละ 10 สำหรับ เหล็กรูปพรรณนำเข้าที่จะใช้ในการประกอบโครงสร้างภายในประเทศ โชคไม่ดีที่พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้มองข้ามความเป็นจริง และปัจจุบันได้กีดกันการนำเข้าเหล็กรูปพรรณ โดยที่รูปแบบและ คุณภาพของเหล็กตามที่ลูกค้าของบริษัท เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กำหนด ยังไม่ สามารถผลิตได้ในประเทศไทย นอกจากนี้ ชิ้นส่วนเหล็กรูปพรรณจำนวนน้อยที่บริษัทใช้ประกอบ ซึ่งสามารถผลิตได้ภายใน ประเทศแต่กลับมีราคาสูงกว่าร้อยละ 40 ของราคามาตรฐานสากลและราคาที่ผู้ผลิตเดียวกันนี้ส่งออก ต่างประเทศ บริษัทเผชิญกับเงื่อนไขทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง ในระยะสั้นบริษัทต้องหยุดกิจการ ชั่วคราวเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เหล็กนำเข้าที่ได้เสียภาษีศุลกากรและค่าใช้จ่ายอื่นแล้ว ทั้งนี้ 2/ เพื่อจะนำมาติดตั้งในโครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาด 500 กิโลวัตต์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผลอย่างยิ่ง การที่จะให้กิจการของบริษัทอยู่รอด ในระยะสั้นบริษัทจะต้องประสบกับปัญหาจากคู่แข่งคือผลิตภัณฑ์เสาโครงเหล็กไฟฟ้าแรงสูงสำเร็จรูป จากประเทศอื่น เช่น อินเดียและจีน ที่กล่าวเช่นนี้ก็เนื่องจากอัตราภาษีศุลกากรของเสาโครงเหล็ก สำเร็จรูปเสียเพียงร้อยละ 5 ขณะที่ภาษีศุลกากรของชิ้นส่วนนำเข้าสำหรับการประกอบในประเทศ สำหรับเหล็กเสียที่ร้อยละ 10 หากชุปสังกะสี ร้อยละ 11 และร้อยละ 22 สำหรับสลักเกลียวและ แป้นเกลียว ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียใจที่เหตุการณ์ดังกล่าวจะมีผลให้คนตกงานในประเทศเพิ่มขึ้น" นายเดวิด นิโคล กล่าวเสริมว่า "เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ให้การสนับสนุนบริษัท ไทยสแกนดิค-สตีล มาเป็นเวลาหลายปีที่บริษัท ประสบภาวะยากลำบาก เมื่อเร็ว ๆ นี้ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ได้ให้การช่วยเหลือที่จำเป็นแก่บริษัท ไทย สแกนดิค-สตีล เพื่อให้สามารถดำเนินงานตามสัญญาให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ทั้งที่มีผลขาดทุนเนื่องจาก ได้ทำสัญญาไว้กับลูกค้าก่อนที่จะเกิดวิกฤตการณ์ค่าเงินบาทลอยตัว การดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อ รักษาชื่อเสียงที่ดีของบริษัทและเป็นการช่วยเหลือลูกค้า เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ให้ บรรลุผลสำเร็จต่อไป โชคไม่ดีที่ความพยายามทั้งปวงได้สูญเปล่าเนื่องมาจากความยุ่งยากของกฎระเบียบใน ปัจจุบันทำให้การดำเนินงานต้องสะดุดลง หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว (ภายในวันสองวัน ไม่ใช่เป็นอาทิตย์ ๆ) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและกระทรวงอุตสาหกรรม บริษัท ไทย สแกนดิค-สตีล จะต้องปิดกิจการถาวร ทั้งนี้ ต้นทุนเงินสดโดยตรงของการปิดกิจการจะไม่ส่งผล ต่อเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ มากนัก ถึงแม้ว่าผลของการสำรองความเสียหายจะทำให้มูลค่าของสินทรัพย์ของ บริษัทน้อยลงก็ตาม แต่สิ่งที่เสียหายที่สุดในการปิดกิจการครั้งนี้คือจะทำให้คนตกงานเพิ่มขึ้นเป็น จำนวนมาก" วันที่ 20 ตุลาคม 2541 ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ เดวิด จอห์น นิโคล โทร 367-1024 E-mail: davidnicol@berlijucker.co.th เอนนิโอ คาสเทลลี่ โทร 038-683-066-70