12 พฤศจิกายน 2550

) ความเห็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับการเข้าลงทุนใน TBC

กระทบต่อฐานะทางการเงินของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2550 บริษัทฯ อัตราส่วน หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.80 เท่า แสดงถึงส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีมากกว่าหนี้สินของบริษัทฯ และ ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยสูงถึง 7.52 เท่า 2.3 ความจำเป็นในการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ผู้ถือหุ้นที่สำคัญของ TBC สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1. กลุ่มตระกูล ชยาวิวัฒน์กุล ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจเดิมและเป็นผู้บริหารที่สำคัญ (Key man) ของ TBC ในปัจจุบัน ถือหุ้นร้อยละ 42.00 2. บริษัท บอลล์ เซ้าท์อีสท์ เอเชีย โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีการผลิตบรรจุภัณฑ์ อลูมิเนียมสำหรับเครื่องดื่ม ถือหุ้นร้อยละ 6.67 3. กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 50 ในการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ TBC ในครั้งนี้บริษัทฯ จำเป็นต้องทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน เนื่องจาก ผู้ถือหุ้นกลุ่มตระกูล ชยาวิวัฒน์กุล บริษัท บอลล์ เซ้าท์อีสท์ เอเชีย โฮลดิ้ง จำกัด รวมถึงผู้ถือหุ้น รายอื่น ไม่ประสงค์จะขายหุ้น อีกทั้งการที่ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลภายนอกทั้งสองกลุ่มดังกล่าวข้างต้น ยังคง ถือหุ้นต่อไปใน TBC จะเป็นผลดีต่อ บริษัทฯ ในแง่ของการมีผู้ริหารที่มีความเชี่ยวชาญและมี ประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจ และยังคงได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ซึ่งหลังจากที่บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นจากบุคคลที่เกี่ยวโยงกันแล้ว BJC จะเป็นผู้ถือหุ้นใน TBC คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 3. ความเป็นธรรมของราคาและเงื่อนไขของการเข้าทำรายการ 3.1 ความเป็นธรรมของราคา วิธีการพิจารณาราคาซื้อขายหุ้นสามัญของ TBC จำนวนทั้งสิ้น 50 ล้านหุ้นราคาหุ้นละ 21.48 บาท มูลค่ารวม 1,074 ล้านบาท ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ ครั้งที่ 72 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2550 นั้น ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระได้ทำการประเมินราคาหุ้นด้วยวิธีต่างๆเพื่อใช้ในการพิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับ ความเหมาะสมของราคา โดยใช้ข้อมูลจากงบการเงินตรวจสอบของTBC ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ซึ่งที่ ปรึกษามีความเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือมากกว่างบการเงินงวดล่าสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 ซึ่งเป็นงบ การเงินที่ยังไม่ได้สอบทาน การประเมินราคาหุ้นด้วยวิธีต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ หน้า 36 จาก 50 3.1.1 วิธีมูลค่าตามบัญชี (Book Value) จากงบการเงินรวมของTBC ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีของ กิจการ สามารถคำนวณหามูลค่าทางบัญชี ได้ดังนี้ ทุนชำระแล้ว 1,000.00 ล้านบาท ส่วนเกินมูลค่าหุ้น - ล้านบาท กำไรสะสม สำรองตามกฎหมาย 6.00 ล้านบาท ยังไม่ได้จัดสรร 292.37 ล้านบาท รวมส่วนผู้ถือหุ้น 1,298.37 ล้านบาท จำนวนหุ้น : มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท 100.00 ล้านหุ้น มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น 12.98 บาท จากวิธีการคำนวณดังกล่าวมูลค่าตามบัญชีจากงบการเงินรวมของTBC ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 มี มูลค่าเท่ากับ 12.98 บาทต่อหุ้น 3.1.2 วิธีปรับปรุงมูลค่าตามบัญชี (Adjusted Book Value) วิธีนี้จะสะท้อนมูลค่าหลักทรัพย์ของกิจการที่เป็นมูลค่าตลาดปัจจุบันได้มากกว่าวิธีมูลค่าตามบัญชี โดยการปรับปรุงมูลค่าสินทรัพย์บางรายการให้เป็นปัจจุบัน การประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีนี้เป็นการนำสินทรัพย์รวมของกิจการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 มา ปรับปรุงด้วยส่วนเพิ่มหรือลดด้วยมูลค่าสินทรัพย์ถาวรบางรายการที่มีการประเมินโดยผู้ประเมินราคาอิสระ หักด้วยหนี้สินทั้งหมดแล้วหารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดของกิจการ ซึ่งวิธีนี้จะสะท้อนมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของ กิจการที่เป็นมูลค่าตลาดปัจจุบันได้มากกว่าวิธีมูลค่าตามบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงินจึงได้นำรายงานการประเมินค่าทรัพย์สินของ TBC ที่จัดทำโดยบริษัท ไทย ประเมินราคา ลินน์ ฟิลลิปส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ประเมินอิสระที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. จัดทำเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2550 นำมาใช้พิจารณาปรับปรุงมูลค่าทรัพย์สินถาวรบางรายการของกิจการ ได้ดังนี้ หน่วย : ล้านบาท รายการ มูลค่าทางบัญชีของ มูลค่าที่ประเมิน ส่วนต่างการเพิ่ม สินทรัพย์ ณ วันที่ โดยผู้ประเมิน (การด้อยค่า)ของ 31 ธันวาคม 2549 ราคาอิสระ สินทรัพย์ ที่ดิน 91.95 158.73 66.78 อาคาร 255.35 260.00 4.65 เครื่องจักรและอุปกรณ์ 752.69 1,079.10 326.41 รวม 1,099.99 1,497.83 397.84 หน้า 37 จาก 50 มูลค่าตามบัญชีของกิจการหลังการปรับปรุงสามารถสรุปได้ดังนี้ หน่วย : ล้านบาท มูลค่าที่ปรับปรุงการ รายการ มูลค่าก่อน เพิ่มค่า (การด้อยค่า) มูลค่าหลัง การปรับปรุง ของสินทรัพย์ การปรับปรุง รวมสินทรัพย์ 2,311.94 397.84 2,709.78 รวมหนี้สิน 1,013.57 - 1,013.57 มูลค่าบัญชีของกิจการ 1,298.37 - 1,696.21 จำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด (ล้านหุ้น) 100.00 - 100.00 ราคาต่อหุ้น (บาท) 12.98 16.96 จากการประเมินมูลค่าหุ้นตามวิธีปรับปรุงมูลค่าตามบัญชีจะได้มูลค่าหุ้นเท่ากับ 16.96 บาทต่อหุ้น 3.1.3 วิธีเปรียบเทียบกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกัน (Market Comparable Approach) เป็นการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ด้วยการเปรียบเทียบกิจการกับบริษัทจดทะเบียนอื่นที่ประกอบ กิจการประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน โดยใช้ข้อมูลทางสถิติของอัตราส่วนต่างๆ เช่น อัตราส่วนราคาต่อ มูลค่าทางบัญชี (Price per Book Value Ratio) อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price per Earning Ratio) เพื่อใช้เป็นอัตราส่วนอ้างอิงในการประเมินมูลค่าหุ้นของกิจการ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหมวดอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ มีทั้งสิ้น 13 บริษัท ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก กระสอบ พลาสติกสาน ถังโลหะ แผ่นฟิล์มพลาสติกสำหรับหีบห่อ-บรรจุภัณฑ์ และกล่องกระดาษ มีเพียงบริษัท อลูคอน จำกัด (มหาชน) หรือ ALUCON ซึ่งผลิตหลอดอลูมิเนียมสำหรับยา และยาสีฟัน และบริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน หรือ CSC ซึ่งผลิตฝาจุกจีบ ที่มีวัตถุดิบการผลิตชนิดเดียวกันกับ TBC ที่ปรึกษาทางการเงินจึงนำ อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (Price per Book Value Ratio) อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price per Earning Ratio) ของสองบริษัทนี้มาใช้อ้างอิงในการคำนวณมูลค่าหุ้นด้วยวิธีเปรียบเทียบกับบริษัทที่ประกอบ ธุรกิจใกล้เคียงกัน วิธีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price per Earning Ratio) การประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีนี้เป็นการนำกำไรสุทธิต่อหุ้น (Earning per share) ของกิจการจากงบ การเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ของ TBC ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 2.42 บาทต่อหุ้น คูณกับค่าเฉลี่ยของ อัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price per Earning Ratio) ของบริษัทที่จดทะเบียนในหมวด อุตสาหกรรมที่ทำธุรกิจใกล้เคียง TBC จำนวน 2 บริษัท โดยใช้วิธีถ่วงน้ำหนักเฉลี่ยอิงจากมูลค่าหลักทรัพย์ตาม ราคาตลาด ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2550 ซึ่งค่า P/E ถ่วงน้ำหนักเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนทั้ง 2 บริษัทเท่ากับ 8.88 เท่า ตามรายละเอียดตามตารางด้านล่างนี้ หน้า 38 จาก 50 P/E (เท่า) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ล้านบาท) ALUCON 9.96 2,736 CSC 5.02 770 Weighted Average P/E 8.88 สรุปมูลค่า กำไรต่อหุ้น (บาท) 2.42 มูลค่าหุ้นสามัญ (บาท/หุ้น) 21.48 จากการประเมินมูลค่าหุ้นตามวิธีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น ณ ค่า P/E เท่ากับ 8.88 เท่า จะได้ มูลค่าหุ้นของ TBC เท่ากับ 21.48 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ค่า P/E ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โดยรวมในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ เดือนตุลาคม 2550 เท่ากับ 8.06 เท่า อย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม บรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจที่แตกต่างจาก TBC ดังนั้นที่ปรึกษาทางการเงินจึงได้เลือกใช้ค่า P/E ของ บริษัท อลูคอน จำกัด (มหาชน) ("ALUCON") และ บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) ("CSC") ซึ่งประกอบธุรกิจ บรรจุภัณฑ์โลหะที่ใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจของ TBC และมีขนาดของกิจการใกล้เคียงกับ TBC กล่าวคือ ALUCON ประกอบธุรกิจผลิตกระป๋องอลูมิเนียมแบบ Aerosol ซึ่งมีความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบคืออลูมิเนียม เช่นเดียวกับ TBC และ ALUCON มีรายได้จากการขายเท่ากับ 2,808.98 ล้านบาท ในปี 2549 และ 1,536.41 ล้าน บาทในช่วงหกเดือนแรกปี 2550 และมีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 2,945.60 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2550 สำหรับ CSC ประกอบธุรกิจผลิตฝาขวดที่ทำด้วยโลหะและอลูมิเนียม และเครื่องปิดฝาขวด ซึ่งมีความเสี่ยงด้าน ราคาวัตถุดิบคืออลูมิเนียม และมีความอ่อนไหวต่อธุรกิจเครื่องดื่มอันเป็นแหล่งรายได้หลักเช่นเดียวกับ TBC นอกจากนี้ CSC ยังมีขนาดใกล้เคียงกับ TBC โดยมีรายได้จากการขายเท่ากับ 2,144.86 ล้านบาทในปี 2549 และ 1,144.50 ล้านบาทในช่วงหกเดือนแรกของปี 2550 และมีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 2,050.07 ล้านบาท ณ สิ้น ไตรมาสที่ 2 ปี 2550 วิธีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชี (Price per Book Value Ratio) การประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีนี้เป็นการนำมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Book Value per share) ของกิจการ จากงบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ของ TBC ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 12.98 บาทต่อหุ้น คูณกับค่าเฉลี่ย ของอัตราส่วนราคาปิดต่อมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Price per Book Value Ratio) ของบริษัทที่จดทะเบียนใน หมวดอุตสาหกรรมที่ทำธุรกิจใกล้เคียง TBC จำนวน 2 บริษัท โดยใช้วิธีถ่วงน้ำหนักเฉลี่ยอิงจากมูลค่า หลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2550 ซึ่งค่า P/BV ถ่วงน้ำหนักเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนทั้ง 2 บริษัทเท่ากับ 1.42 เท่า ตามรายละเอียดตามตารางด้านล่างนี้ P/BV (เท่า) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ล้านบาท) ALUCON 1.64 2,736 CSC 0.66 770 Weighted Average P/BV 1.42 หน้า 39 จาก 50 สรุปมูลค่า มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 12.98 มูลค่าหุ้นสามัญ (บาท/หุ้น) 18.43 จากการประเมินมูลค่าหุ้นตามวิธีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น ณ ค่า P/BV เท่ากับ 1.42 เท่า จะได้มูลค่าหุ้นของ TBC เท่ากับ 18.43 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ค่า P/BV ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โดยรวมใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ เดือนตุลาคม 2550 เท่ากับ 0.96 เท่า อย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียนส่วน ใหญ่ในอุตสาหกรรมประกอบธุรกิจที่แตกต่างจาก TBC ดังนั้นที่ปรึกษาทางการเงินจึงได้เลือกใช้ค่า P/BV ของ บริษัท อลูคอน จำกัด (มหาชน) ("ALUCON") และ บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) ("CSC") ซึ่งประกอบธุรกิจ บรรจุภัณฑ์โลหะที่ใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจของ TBC 3.1.4 วิธีมูลค่าปัจจุบันกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow Approach) วิธีมูลค่าปัจจุบันกระแสเงินสดเป็นวิธีที่ได้วิเคราะห์ผลของการดำเนินการในอดีต ตลอดจนสะท้อน ถึงความสามารถและผลการดำเนินการในอนาคตของกิจการ ตามข้อสมมติฐานที่ได้รับจากผู้บริหารของกิจการ และจากการประเมินภาวะเศรษฐกิจ ตลอดจนปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นำมาประเมินกระแสเงินสดที่ได้จากการ ดำเนินงานสุทธิหลังจากหักด้วยดอกเบี้ยและการชำระคืนเงินกู้ แล้วจึงปรับเป็นค่าปัจจุบันด้วยอัตราต้นทุนทาง การเงินของกิจการ รวมทั้งสะท้อนสัดส่วนการกู้ยืมที่เหมาะสม(Debt to Equity Ratio / D:E Ratio) มูลค่าของ กิจการ จะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความสามารถในการทำกำไรและรายการที่กระทบกระแสเงินสด โดย รายจ่ายต่างๆ เช่น ค่าเสื่อมราคา และรายจ่ายตัดจ่ายจะไม่มีผลต่อการคำนวณโดยวิธีนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินได้จัดทำประมาณการทางการเงินเป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อคำนวณหากระแสเงิน สดสุทธิที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตโดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ธุรกิจของ TBC ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง และไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเกิดขึ้น ทั้งนี้ที่ปรึกษาทางการเงินได้นำสมมติฐานบางรายการที่ ได้รับจากผู้บริหารมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับข้อมูลและปัจจัยภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะทำการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินราคาซื้อขายหุ้น TBC ที่เหมาะสมเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ดังนั้นหากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยอื่นๆที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของ TBC มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากสมมติฐานที่กล่าวไว้ มูลค่าของหุ้นที่ประเมินได้ตามวิธีนี้จะเปลี่ยนแปลงไป ด้วยเช่นกัน และมูลค่าดังกล่าวไม่สามารถใช้อ้างอิงนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น อัตราส่วนลดจากผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (Ke) ที่คำนวณจาก Capital Asset Pricing Model : CAPM มีตัวแปรที่สำคัญดังนี้ Ke = Rf + ?(Rm-Rf) Risk free rate (Rf) = ผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์ ที่ปราศจากความเสี่ยง Market return (Rm) = อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หน้า 40 จาก 50 Beta (?) = ค่าความชัน (Slope) ซึ่งแสดงถึง ความสั ม พั น ธ์ ร หว่ งราคาหุ้ น และดั ช นี ต ลาด หลักทรัพย์ อย่างไรก็ดี สำหรับการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญของ TBC นั้น เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีบริษัทใดที่ ประกอบธุรกิจผลิตกระป๋องและฝากระป๋องโดยตรงเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาก่อน ดังนั้นที่ปรึกษาจึงได้ทำการประเมินค่า ? โดยใช้ข้อมูลของบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงที่จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ ที่ทำธุรกิจ ลักษณะเดียวกับ TBC จากนั้นจึงนำเอาค่า ? ที่ได้มาคำนวณหาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น สมมติฐานที่สำคัญที่ใช้ในการประมาณการกระแสเงินสดในอนาคตสำหรับการประเมินมูลค่าหุ้น สามัญของ TBC มีดังนี้ (1) ระยะเวลาประมาณการ 10 ปี เริ่มตั้งแต่ ปี 2550 - 2560 (2) รายได้จากการผลิตและจำหน่ายสินค้าต่างๆ ปริมาณการขาย ในปี 2550 TBC มีสายการผลิตกระป๋อง 1 สายการผลิต โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด เท่ากับ 900 ล้านกระป๋องต่อปี และมีสายการผลิตฝากระป๋อง มีกำลังการผลิตสูงสุด เท่ากับ 1,585 ล้านฝาต่อปี ที่ปรึกษาทางการเงินได้กำหนดให้โรงงาน TBC มีกำลังการ ผลิตกระป๋องสูงสุดที่ 900 ล้านกระป๋องต่อปี ในปี 2550 และมีการขยายกำลังการผลิต กระป๋องเพิ่มอีก 1 สายการผลิต ในปี 2551 โดยมีกำลังการผลิตสูงสุดของ 2 สายการผลิตรวมกันเป็น 1,200 ล้านกระป๋องต่อปี และเพิ่มเครื่องจักรผลิตกระป๋องใน สายการผลิตที่ 2 ในปี 2555 ทำให้มีกำลังการผลิตรวม 1,400 ล้านกระป๋องตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นไป ในส่วนฝากระป๋องนั้นมีกำลังการผลิตสูงสุดที่ 1,585 ล้านฝาต่อปี ทั้งนี้ อัตรากำลังการผลิตในแต่ละปี มีรายละเอียด ดังนี้ หน้า 41 จาก 50 ข้อมูลอดีต ประมาณการ 2549 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 - 2560 กระป๋อง กำลังการผลิต 900 900 1,200 1,200 1,200 1,200 1,400 1,400 1,400 1,400 สูงสุด (ล้าน กระป๋อง) อัตราการใช้กำลัง 97.6 99.3 88.3 92.7 97.3 100.0 90.0 94.5 99.2 100.0 การผลิต (ร้อยละ) ฝา กำลังการผลิต 1,585 1,585 1,585 1,585 1,585 1,585 1,585 1,585 1,585 1,585 สูงสุด (ล้านฝา) อัตราการใช้กำลัง 69.9 76.3 79.9 83.7 87.6 91.8 96.2 100.0 100.0 100.0 การผลิต (ร้อยละ) อัตราเติบโตของปริมาณการขายนั้นอิงจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย2โดยใช้ อัตราเติบโตถ่วงน้ำหนักเฉลี่ยของบริษัทคู่ค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เบียร์และ น้ำอัดลม เป็นต้น ในส่วนภาคการส่งออกนั้นกำหนดให้มีอัตราเติบโตจากอัตราส่วน ถ่วงน้ำหนักเฉลี่ยของ GDP ในแต่ละประเทศคู่ค้านั้นๆ ยกเว้นในปี 2551 ซึ่งอัตรา เติบโตของกระป๋องนั้นโดยรวมนั้นเท่ากับร้อยละ 19 ตามงบประมาณของ TBC ที่ได้ จัดทำขึ้นจากการวางแผนการผลิตร่วมกับลูกค้า โดยปริมาณที่คาดว่าจะขายได้เป็น ประมาณการที่ค่อนข้างแน่นอน และหลังจากนั้นกำหนดให้อัตราเติบโตนั้นคงที่จน เต็มกำลังการผลิต อัตราเติบโต อัตราการเติบโต กระป๋อง (ร้อยละ) ฝากระป๋อง (ร้อยละ) ตลาดในประเทศ 3.81 3.74 ตลาดต่างประเทศ 7.08 7.06 ราคาขายต่อหน่วย ราคาขายต่อหน่วยของกระป๋องและฝากระป๋องนั้นแปรผันตามราคาอลูมิเนียมในตลาด London Metal Exchange และต้นทุนการผลิตอื่นๆ ราคาขายในแต่ละสินค้ามีความแตกต่างกันในแต่ละตลาด โดยกำหนดให้ราคาขาย สินค้านั้นถูกตั้งจากต้นทุนการผลิตสินค้า ในช่วงเวลานั้นๆ เป็นหลักแล้ว จึงบวก อัตราส่วนกำไรเพิ่มเติมโดยอิงจากอัตราส่วนเฉลี่ยของกำไรขั้นต้นจากข้อมูลย้อนหลัง 2 ที่มาศูนย์วิจัยการลงทุนธนาคารกรุงไทย หน้า 42 จาก 50 จากปี 2547 ปี 2548 และครึ่งแรกของปี 2550 โดยไม่นำกำไรขั้นต้นในปี 2549 มารวม คำนวณ เนื่องจากในปี 2549 TBC มี อัตรากำ ไรขั้ นต้ นสูงกว่าปกติ จากการที่ TBC สามารถจองซื้ออลูมิเนียมได้ในราคาเดิมก่อนที่ราคาอลูมิเนียมจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วง กลางปี 2549 ซึ่งการประมาณการอัตรากำไรเพิ่มเติมนั้นเป็นดังตารางต่อไปนี้ อัตราส่วนกำไรเพิ่มเติม (ร้อยละ) ตลาดในประเทศ กระป๋อง 24.00 ฝากระป๋อง 14.00 ตลาดต่างประเทศ กระป๋อง 10.00 ฝากระป๋อง 11.00 (3) ต้นทุนขาย ต้นทุนขายประมาณการจากต้นทุนการผลิตทั้งหมดโดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายคงที่และ ค่าใช้จ่ายแปรผันต่างๆ โดยค่าใช้จ่ายคงที่ได้แก่ ค่าแรง ค่าซ่อมบำรุง ค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในส่วนของค่าใช้แปรผัน นั้น ประกอบด้วยค่าอลูมิเนียมค่าวัสดุ สิ้นเปลืองอื่นๆ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบรรจุ และ ค่าสารเคมีอื่นๆ กำหนดให้ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าแรงนั้นมีอัตราเติบโตโดยรวมที่ร้อยละ 5 ต่อปี ในส่วน ค่าซ่อมบำรุงนั้นกำหนดให้มีอัตราเติบโตร้อยละ 10 ต่อปี ยกเว้นสายการผลิตกระป๋อง ที่ 2 ซึ่งค่าซ่อมบำรุงจะเท่ากับร้อยละ 40 ของสายการผลิตที่ 1 เนื่องจากเครื่องจักรใหม่ จะมี ค่ ซ่ อ มบำรุ งที่ ตํ่ กว่า เครื่ อ งจั ก รที่ใ ช้งานมานาน และมี อั ต ราเติบ โตร้ อ ยละ 5 ในช่วง 5ปีแรก จากนั้นอัตราเติบโตจะเพิ่มเป็นร้อยละ 10 ต่อปี ค่าใช้จ่ายคงที่ในส่วน อื่นๆมีอัตราเติบโตตามอัตราเงินเฟ้อที่ร้อยละ 1.75 ต่อปี ค่าใช้จ่ายแปรผัน ได้แก่ ต้นทุนอลูมิเนียม ค่าวัตถุดิบอื่นๆ ค่าบรรจุสินค้า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสารเคมีต่างๆ o ต้นทุนอลูมิเนียมประกอบด้วย ค่าอลูมิเนียม ค่ารีดอลูมิเนียมจากแท่งมาเป็น แผ่นบาง (Conversion Cost) และรายได้จากการจำหน่ายเศษอลูมิเนียม (Scrap) ราคาอลูมิเนียมแปรผันตามราคาอลูมิเนียมของตลาด London Metal Exchange ซึ่งราคาในการประมาณการอ้างอิงจากรายงานของ บอลล์ คอร์ ปอเรชั่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการประมาณการครั้งนี้กำหนดให้ราคา อลูมิเนียมคงที่นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป หน้า 43 จาก 50 ปี ราคาอลูมิเนียม (ดอลลาร์/ตัน)3 2550 2,691.66 2551 2,535.00 2552 2,325.00 2553 2,165.00 2554 2,225.00 2555 2,390.00 2556 เป็นต้นไป 2,545.00 o ค่ารีดอลูมิเนียมจากแท่งมาเป็นแผ่นบาง กำหนดให้เป็นไปตามสัญญา และเมื่อ หมดอายุสัญญาแล้ว กำหนดให้ ค่ารีดอลูมิเนียม เพิ่มขึ้นเท่ากับอัตราเติบโตใน อดีตตามตารางดังต่อไปนี้ (ยังมีต่อ)