13 พฤศจิกายน 2552

MD & A สำหรับผลประกอบการ Q3/2552

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 เรื่อง คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 3/2552 เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปผลประกอบการทางการเงินในไตรมาส 3 ปี 2552 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) มีความยินดีที่จะประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 3/52 ใน ไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม ที่ 5,474 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.6 จากไตรมาส 3/51 และร้อยละ 0.9 จากไตรมาส 2/52 แม้ยอดขายจะลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา กำไรจากการดำเนินงานได้ปรับ เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยอยู่ที่ 492 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.4 จากไตรมาส 3/51 และร้อยละ 20.3 จากไตรมาส 2/52 นอกจากนี้ กำไรสุทธิประจำไตรมาส 3/52 ก็เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 354 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 จากไตรมาส 3/51 และ ร้อยละ 29.7 จากไตรมาส 2/52 ข้อมูลยอดขายของแต่ละกลุ่มธุกิจแสดงให้เห็นดังตารางด้านล่าง: (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 3/52 3/51 เปลี่ยนแปลงจาก 2/52 เปลี่ยนแปลงจาก ไตรมาส 3/51 ไตรมาส 2/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม 2,531 2,819 (10.2) 2,431 4.1 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค 1,734 1,681 3.2 1,783 (2.7) กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค 1,061 1,085 (2.2) 1,128 (5.9) กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ 61 40 52.5 94 (35.1) กลุ่มธุรกิจสารสนเทศ 87 51 70.6 86 1.2 รายได้จากการขายและให้บริการ 5,474 5,677 (3.6) 5,522 (0.9) รายได้อื่น 62 65 (4.6) 44 40.9 รวมรายได้ 5,537 5,741 (3.6) 5,566 (0.5) กำไรจากการดำเนินงาน 92 412 19.4 409 20.3 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (ร้อยละ) 9.0 7.3 1.7 7.4 1.6 กำไรสุทธิสำหรับงวด 354 327 8.3 273 29.7 อัตรากำไรสุทธิ (ร้อยละ) 6.5 5.8 0.7 4.9 1.5 ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ ผู้ถือหุ้นรายย่อย 19 42 (54.8) 4 375.0 ผู้ถือหุ้นของบริษัท 336 286 17.5 269 24.9 อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้น 6.1 5.0 1.1 4.9 1.3 ของบริษัท (ร้อยละ) หมายเหตุ: 1) เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ในคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ผลประกอบการของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิค จะแสดงยอดรวมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรายงานที่ได้แสดงในอดีต นอกจากนี้ ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศก็ได้แยกออกมาจากกลุ่มสินค้าและ บริการแต่ละกลุ่ม 2) ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 ของอัตรากำไรจากการดำเนินงาน อัตรากำไรสุทธิ และอัตรากำไรสุทธิหลัง หักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท คำนวณจากการหักลบไตรมาส 3/51 และไตรมาส 2/52 จากไตรมาส 3/52 3) สำหรับกลุ่มธุรกิจสารสนเทศ กรุณาดูคำอธิบายในส่วนของการปรับปรุงงบการเงินใหม่ (Financial Restatement) กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรม (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 3/52 3/51 เปลี่ยนแปลงจาก 2/52 เปลี่ยนแปลงจาก ไตรมาส 3/51 ไตรมาส 2/52 รายได้จากการขาย 2,531 2,819 (10.2) 2,431 4.1 กำไรสุทธิ 127 119 6.7 63 101.6 ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 5.0 4.2 0.8 2.6 2.4 หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 ของอัตรากำไรสุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 3/51 และ ไตรมาส 2/52 จากไตรมาส 3/52 ในไตรมาส 3/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมมียอดขายอยู่ที่ 2,531 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 10.2 จากไตรมาส 3/51 แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 จากไตรมาส 2/52 ยอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/52 เนื่องจาก ยอดขายของธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี และธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรมที่สูงขึ้น ส่วนยอดขายที่ลดลง จากไตรมาส 3/51 เนื่องจากธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและธุรกิจบรรจุภัณฑ์ กระป๋องมียอดขายที่ลดลง ในไตรมาส 3/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมมีกำไรสุทธิ 127 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 จากไตรมาส 3/51 และร้อยละ 101.6 จากไตรมาส 2/52 อัตรากำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ร้อยละ 5.0 เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 4.2 ในไตรมาส 3/51 และจากร้อยละ 2.6 ในไตรมาส 2/52 กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/52 มาจาก กำไรที่เพิ่มขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ และเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/51 กำไรสุทธิรวมสูงขึ้นเนื่องจากผลประกอบการที่ดี ขึ้นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในไตรมาส 3/52 มียอดขายที่ลดลงจากไตรมาส 3/51 เนื่องจากความ ต้องการของตลาดประเภทเครื่องดื่มลดลง อย่างไรก็ตาม ยอดขายยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับยอดขายใน ไตรมาส 2/52 เนื่องจากยอดขายที่ปรับเพิ่มของบรรจุภัณฑ์แก้วสำหรับตลาดอาหาร เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/52 กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิสูงขึ้นเนื่องจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น และเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/51 กำไรสุทธิ สูงขึ้นเนื่องจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบที่ลดลง สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องนั้นมียอดขายที่ลดลงจากไตรมาส 3/51 เนื่องจากการลดลงของความ ต้องการของตลาดเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังคงชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ยอดขายในไตรมาสนี้ยังคงอยู่ใน ระดับที่ใกล้เคียงกับยอดขายในไตรมาส 2/52 ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาส 3/52 นั้น ต่ำกว่าในไตรมาส 3/51 เนื่องจากต้นทุนของของสินค้าที่ยังคงสูงจากการซื้ออะลูมิเนียมล่วงหน้าตั้งแต่ไตรมาส 4/51 ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบัน ราคาอะลูมิเนียม (LME price) ได้ปรับตัวต่ำลงกว่าราคาที่ซื้อล่วงหน้า ทั้งนี้การปรับตัวลงของราคาอะลูมิเนียม ได้ ส่งผลให้บริษัทต้องปรับราคาขายลงเพื่อคงความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่งมีผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/52 เนื่องจากมีรายได้จากการขายเศษอะลูมิเนียมที่ สูงขึ้น สำหรับธุรกิจอื่นในกลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมนั้น ยอดขายของธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรม สูงขึ้นจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 ธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสีมียอดขายที่สูงขึ้นอย่างมาก จากไตรมาส 2/52 เนื่องจากมีการบันทึกรายได้จากโครงการที่ชะลอการรับรู้รายได้มาตั้งแต่ไตรมาสก่อน กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 3/52 3/51 เปลี่ยนแปลงจาก 2/52 เปลี่ยนแปลงจาก ไตรมาส 3/51 ไตรมาส 2/52 รายได้จากการขาย 1,734 1,681 3.2 1,783 (2.7) กำไรสุทธิ 146 67 117.9 101 45.6 ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 8.4 4.0 4.5 5.6 2.8 หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 ของอัตรากำไรสุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 3/51 และ ไตรมาส 2/52 จากไตรมาส 3/52 ในไตรมาส 3/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภคมียอดขายอยู่ที่ 1,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/51 แต่ลดลงร้อยละ 2.7 จากไตรมาส 2/52 แม้ยอดขายจะลดลง แต่กำไรสุทธิปรับ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 117.9 จากไตรมาส 3/51 และร้อยละ 45.6 จากไตรมาส 2/52 เนื่องจากผลประกอบการที่ดี ของธุรกิจกระดาษทิชชู่ อาหารขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนตัว ตลอดจนธุรกิจรับจ้างผลิต และทำการตลาดและจัด จำหน่าย ยอดขายของธุรกิจอาหารขบเคี้ยวลดลงจากไตรมาส 3/51 และไตรมาส 2/52 อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 442.9 จากไตรมาส 3/51 และร้อยละ 122.3 จากไตรมาส 2/52 โดยมีสาเหตุมาจาก การลดลงของต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารที่ดีขึ้น สำหรับตลาดอาหารขบเคี้ยว ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งมีผลกระทบให้ ปริมาณการบริโภคลดลง และมีการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ ผลิตภัณฑ์ขนมขึ้นรูป (Extruded) ยังมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาส 3/52 บริษัทได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ มันฝรั่งแท้ทอดกรอบ "Japanese Grilled Squid flavour" และข้าวอบกรอบรสไส้กรอก "Dozo So Se Ji" สำหรับธุรกิจกระดาษทิชชู ยอดขายไตรมาส 3/52 อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับไตรมาส 3/51 และเพิ่มขึ้น เล็กน้อยจากไตรมาส 2/52 ตลาดกระดาษทิชชูยังคงประสบกับภาวะที่ผู้บริโภคซื้อกระดาษทิชชูด้วยความถี่ที่ลดลง และสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด ซึ่งเป็นผลให้ราคาขายโดยเฉลี่ยต่ำลง ตราสินค้าที่ยังคงสร้างรายได้หลัก ให้แก่บริษัท ได้แก่ เซลล็อกซ์ ซิลค์ และเบลล์ ทั้งนี้ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทได้แนะนำ Melona Fun & Style ในรูปแบบของกล่องหมีแพนด้า ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนทางด้านความสามารถในการทำกำไร กำไรสุทธิ ไตรมาสนี้สูงกว่าไตรมาส 3/51 และ 2/52 มาก เนื่องจาก ประสิทธิภาพในการควมคุมต้นทุนต้นทุนสินค้าและ ประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงราคาเยื่อกระดาษที่ปรับตัวลง ธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนตัวมียอดขายและกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งจากไตรมาส 3/51 และจาก ไตรมาส 2/52 โดยสบู่นกแก้วยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการสร้างแบรนด์ ประชาสัมพันธ์และ การจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของตราสินค้านกแก้ว และส่งผลให้ยอดขายของผลิตภัณฑ์ ทั้งสบู่ก้อนและครีมอาบน้ำนกแก้วเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยอดขายของสบู่ก้อน ที่เติบโตอย่างมากในขณะที่ตลาดสบู่ก้อนโดยรวมหดตัวลง ส่วนครีมอาบน้ำนั้น ยอดขาย เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีระดับสูงสุดนับแต่เริ่มจำหน่ายมา ในไตรมาสนี้บริษัทได้แนะนำกลิ่นใหม่ "นกแก้วพฤกษา กลิ่นลีลาวดี (สีม่วง)" นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ "สบู่เหลวเดอร์มาพอน" ก็มียอดขายที่น่าพอใจเช่นกัน ทางด้านธุรกิจรับจ้างผลิตนั้น รายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิตสบู่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจ รับจ้างผลิตลูกอม (Confectionary) มีการเติบโตที่ทรงตัว ในส่วนธุรกิจรับจ้างการทำตลาดและจัดจำหน่าย สินค้า "น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าวกาโตะ" ยังเป็นที่น่าพอใจ และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนสินค้า "Kirin Tea Break" ซึ่งเป็นสินค้าของคิรินที่ BJC นำออกขายตั้งแต่ไตรมาส 2/52 ก็มียอดขายเติบโตอย่างน่าพอใจในไตรมาสนี้ ธุรกิจโลจิสติกส์นั้นมีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 รายได้จากลูกค้าภายนอก กลุ่มบริษัทจากการบริหารคลังสินค้า การให้เช่าพื้นที่ และการขนส่งสินค้าเติบโตขึ้นทั้งจากไตรมาส 3/51 และจาก ไตรมาส 2/52 ในขณะที่รายได้ในส่วนดังกล่าวจากลูกค้าในกลุ่มบริษัทลดลงทั้งจากไตรมาส 3/51 และไตรมาส 2/52 ส่วนรายได้การให้บริการลูกค้านำเข้าส่งออกที่ผ่านพิธีการทางศุลการกร (Custom Brokerage Services) เพิ่มขึ้นอย่างมากจากไตรมาส 3/51 แต่ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 2/52 สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 3/52 นั้น ลดลงจากไตรมาส 3/51 แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/52 การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากไตรมาสที่ผ่านมาเนื่องมาจาก การบริหารพื้นที่คงคลังที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 3/52 3/51 เปลี่ยนแปลงจาก 2/52 เปลี่ยนแปลงจาก ไตรมาส 3/51 ไตรมาส 2/52 รายได้จากการขาย 1,061 1,085 (2.2) 1,128 (5.9) กำไรสุทธิ 93 132 (29.5) 117 (20.5) ร้อยละอัตรากำไรสุทธิ 8.8 12.2 (3.4) 10.4 (1.6) หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 ของอัตรากำไรสุทธิ คำนวณจากการหักลบไตรมาส 3/51 และ ไตรมาส 2/52 จากไตรมาส 3/52 ในไตรมาส 3/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิคมียอดขายอยู่ที่ 1,061 ล้านบาท ลดลง ร้อยละ 2.2 จากไตรมาส 3/51 และร้อยละ 5.9 จากไตรมาส 2/52 กำไรสุทธิอยู่ที่ 93 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 29.5 จากไตรมาส 3/51 และร้อยละ 20.5 จากไตรมาส 2/52 ยอดขายและกำไรสุทธิของกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์ลดลงจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 การลดลงมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ ซึ่งมียอดขายยาประเภท Erythropoietin ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเร่งการผลิตเม็ดเลือดแดงในผู้ป่วยโรคไตลดลง เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยของสินค้าประเภทนี้ใน ตลาดลดลง และการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ การลดลงของยอดขายในสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (Unfavorable Product Mix) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ลดลง ทางด้านกลุ่มเครื่องมือแพทย์และกลุ่ม เครื่องมือระบบวินิจฉัยทางการแพทย์นั้น รายงานยอดขายลดลงเช่นเดียวกัน จากการที่โรงพยาบาลมีการชะลอ ตัวการสั่งซื้อ อีกทั้งช่วงนี้มีความล่าช้าในการส่งสินค้าจากยุโรป เนื่องจากเป็นช่วงปิดฤดูร้อนในแถบประเทศ ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิยังคงสูงขึ้นทั้งจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 เนื่องจากสัดส่วนที่สูงขึ้นของยอดขายกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (Favorable Product Mix) ทางด้านกลุ่มสินค้าและบริการทางเทคนิค รายงานยอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 ที่ผ่านมา ทางด้านกำไรสุทธินั้น ลดลงจากไตรมาส 3/51 เนื่องจากกำไรสุทธิของบริษัทร่วมที่ลดลง แต่กำไร สุทธิในไตรมาสนี้ยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับไตรมาส 2/52 ยอดขายของธุรกิจเครื่องเขียนเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/51 ในขณะที่ยอดขายของธุรกิจการพิมพ์เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/52 ยอดขายของผลิตภัณฑ์ "3M" และ "UHU" ในไตรมาสนี้ เป็นที่น่าพอใจเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3/51 เนื่องจากการตอบรับที่ดีของกิจกรรมส่งเสริม การตลาด ส่วนยอดขายของผลิตภัณฑ์ "Stabilo" และ "Double A" ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 2/52 เนื่องจากเป็น ช่วงปิดภาคการศึกษา ด้านธุรกิจการพิมพ์ ในไตรมาส 3/52 บริษัทได้ลูกค้าใหม่จากการแนะนำผลิตภัณฑ์ "Agfa Anapurna" ซึ่งเริ่มทำการขายในไตรมาส 2/52 และผลิตภัณฑ์ "Luscher" ส่วนผลิตภัณฑ์ consumable เช่น Cine Film มียอดขายที่ดีในไตรมาส 3/52 เช่นกัน สำหรับธุรกิจเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น ยอดขายลดลงจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 ตามภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมใน ประเทศเวียดนามมีผลประกอบการที่ดี จึงส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมของธุรกิจเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับ ใกล้เคียงกันกับไตรมาส 3/51 และไตรมาส 2/52 รายการหลักในงบกำไรขาดทุนประจำไตรมาส 3 ปี 2552 (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 3/52 3/51 เปลี่ยนแปลง 2/52 เปลี่ยนแปลง จาก จาก ไตรมาส ไตรมาส 3/51 2/52 รายได้จากการขายและให้บริการ 5,474 5,677 (3.6) 5,522 (0.9) รายได้อื่น 62 65 (4.6) 44 40.9 รายได้รวม 5,537 5,741 (3.6) 5,566 (0.5) ต้นทุนขาย 4,118 4,396 (6.3) 4,156 (0.9) กำไรขั้นต้น 1,419 1,346 5.4 1,410 0.6 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 927 934 (0.7) 1,001 (7.4) กำไรจากการดำเนินงาน 492 412 19.4 409 20.3 ต้นทุนทางการเงิน 52 65 (20.0) 57 (8.8) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ 8 31 (74.2) 16 (50.0) กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 449 378 18.8 369 21.7 ภาษีเงินได้ 94 51 84.3 96 (2.1) กำไรสุทธิประจำไตรมาส 354 327 8.3 273 29.7 ส่วนของกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นของ : ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย 19 42 (54.8) 4 375.0 ผู้ถือหุ้นของบริษัท 336 286 17.5 269 24.9 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา 863 781 10.5 740 16.6 ไตรมาส ไตรมาส ร้อยละการ ไตรมาส ร้อยละการ 3/52 3/51 เปลี่ยนแปลง 2/52 เปลี่ยนแปลง อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ (ร้อยละ) จาก จาก ไตรมาส ไตรมาส 3/51 2/52 อัตรากำไรขั้นต้น 25.9 23.7 2.2 25.5 0.4 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย 16.9 16.4 0.5 18.1 (1.2) อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 9.0 7.3 1.7 7.4 1.6 อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท 6.1 5.0 1.1 4.9 1.3 อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคา 15.8 13.8 2.0 13.4 2.4 หมายเหตุ: ร้อยละการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากไตรมาส 3/51 และจากไตรมาส 2/52 ของอัตรากำไรขั้นต้น ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารต่อยอดขาย อัตรากำไรจากการดำเนินงาน อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทและอัตรากำไรจากการดำเนินงาน ก่อนหักค่าเสื่อมราคา คำนวณจากการหักลบไตรมาส 3/51 และไตรมาส 2/52 จากไตรมาส 3/52 การปรับปรุงงบการเงินใหม่ (Financial Restatement) เพื่อเป็นการวางรากฐานและโครงสร้างที่แข็งแกร่งของระบบสารสนเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ของบริษัท เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2552 บริษัทได้ทำการเข้าซื้อหุ้นร้อยละ 17 ของบริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (TCCT) จาก บริษัท ทีซีซี โฮลดิ้ง จำกัด ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ใน TCCT เพิ่มจากร้อยละ 34 เป็นร้อยละ 51 ซึ่งทาง BJC ได้ทำการปรับปรุงงบการเงินรวมเพื่อสะท้อนถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง สัดส่วนในการถือหุ้นดังกล่าว ภายใต้การควบคุมเดียวกัน (under common control) รายได้จากการขายและให้บริการ รายได้จากการขายและให้บริการของบริษัทในไตรมาส 3/52 โดยรวมอยู่ที่ 5,474 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.6 จากไตรมาส 3/51 และร้อยละ 0.9 จากไตรมาส 2/52 กลุ่มสินค้าและบริการทางอุตสาหกรรมยังคงเป็นกลุ่ม สร้างรายได้หลัก โดยมีสัดส่วนยอดขายของกลุ่มต่อยอดขายทั้งหมดที่ร้อยละ 46 ตามด้วยกลุ่มสินค้าและบริการ ทางอุปโภคบริโภคซึ่งมีสัดส่วนยอดขายของกลุ่มต่อยอดขายทั้งหมดอยู่ที่ร้อยละ 32 อัตรากำไรขั้นต้น กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/52 อยู่ที่ 1,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 จากไตรมาส 3/51 และร้อยละ 0.6 จากไตรมาส 2/52 เนื่องจากความสามารถในการควบคุมต้นทุน ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงของกลุ่มธุรกิจบรรจุ ภัณฑ์แก้ว กระดาษทิชชู สบู่และธุรกิจรับจ้างผลิต และสัดส่วนการขายที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณ์ที่ให้อัตรากำไรสูงใน กลุ่มเครื่องมือแพทย์และกลุ่มเครื่องมือระบบวินิจฉัยทางการแพทย์ อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 3/52 อยู่ที่ร้อยละ 25.9 ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 23.7 ในไตรมาส 3/51 และร้อยละ 25.5 ในไตรมาส 2/52 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 3/52 อยู่ที่ 927 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 0.7 จากไตรมาส 3/51 และร้อยละ 7.4 จากไตรมาส 2/52 เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่าย ทางด้านการโฆษณาและส่งเสริมการขายของกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภคที่ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการแข่งขันในตลาดสูงก็ตาม กำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท กำไรสุทธิหลังหักภาษีในไตรมาส 3/52 อยู่ที่ 354 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 จากไตรมาส 3/51 และ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 29.7 จากไตรมาส 2/52 ส่วนกำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งจากไตรมาส 3/51 ถึงร้อยละ 17.5 และจากไตรมาส 2/52 ถึงร้อยละ 24.9 อัตรากำไร สุทธิหลังหักภาษีสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 6.1 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.0 ในไตรมาส 3/51 และร้อยละ 4.9 ในไตรมาส 2/52 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 3/52 2/52 1/52 4/51 3/51 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 1.06 1.08 1.08 1.15 1.16 อัตราส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.57 0.57 0.60 0.72 0.32 ในไตรมาส 3/52 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.06 เท่า ลดลงจากไตรมาส 2/52 ที่ 1.08 เท่า ส่วนอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.57 เท่า อัตราส่วนเท่ากับในไตรมาส 2/52 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ ถือหุ้นยังคงต่ำกว่าระดับที่บริษัทกำหนดไว้ในการออกหุ้นกู้ที่ 1.75 เท่าอยู่มาก จึงเรียนมาเพื่อทราบ ขอแสดงความนับถือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ธีรศักดิ์ นาทีกาญจนลาภ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการ กรรมการ